ซานฉีเอ่ยว่า “ชื่อเล่นเสี่ยวจิ่วคงเปลี่ยนยากแล้วกระมัง”
“แต่พอขึ้นปีใหม่ เจ้าต้องระวังให้ดี อายุสิบเก้าปีเกรงว่าจะมีเคราะห์ใหญ่”
“นักพรตที่ฮองเฮาทรงเชิญมาให้เจ้า ไม่รู้ว่าเคยกล่าวเรื่องพวกนี้กับเจ้าหรือไม่...”
ซานฉีครุ่นคิด ก่อนหน้านี้นางตั้งใจจะมอบไม้กฤษณาถูกฟ้าผ่าให้เยี่ยนตู้ เพื่อให้เขาทำเป็นปลอกกระบี่ แต่บัดนี้นางมีความคิดใหม่แล้ว สู้แกะสลักเป็นป้ายขับไล่สิ่งชั่วร้าย พกติดตัวไว้ไม่ดีกว่าหรือ
นางยังสลักยันต์ลงไปได้ด้วย จะได้รอบคอบยิ่งขึ้น
ติดก็ตรงฝีมือแกะสลักของนางไม่ค่อยดีนัก คงต้องฝึกฝนอีกสักหน่อย
ขณะครุ่นคิดเรื่องนี้ นางไม่ทันสังเกตเห็นแววตาของเยี่ยนตู้ที่หม่นลงในชั่วพริบตา
ซานฉีคะนึงถึงเรื่องนี้อยู่ จึงอยากลงมือทันที นางคิดจะใช้ไม้ธรรมดาฝึกฝีมือก่อน อย่างไรเสียนางก็ไม่ต้องนอน เวลามีเหลือเฟือ!
นางกล่าวลาอย่างลวก ๆ แล้ววิ่งจากไป เยี่ยนตู้นั่งอยู่ในห้องหนังสือชั้นในครู่หนึ่ง ลูบสายแดงที่ข้อมืออย่างแผ่วเบา ก่อนถอนหายใจ
“ลืมข้าไปหมดแล้วจริง ๆ...”
……
ซานฉีไปหาไม้ขนาดพอเหมาะในห้องเก็บฟืน แล้วขอมีดแกะสลักจากพ่อบ้าน ก่อนจะนั่งแกะไม้ตลอดทั้งคืน
เห็นได้ชัดว่านางมิได้มีพรสวรรค์ไปเสียทุกเรื่อง
“รู้อย่างนี้ ตอนอยู่ในหมู่บ้านน่าจะตั้งใจเรียนกับท่านอาอู๋ให้ดี”
ตอนซานฉียังเด็ก นางถูกพวกโจรลักพาตัวไป ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากยายเมิ่ง ซึ่งพานางกลับไปเลี้ยงดูที่หมู่บ้านหวงฉวน
บรรดาท่านลุงท่านป้าและพี่ชายพี่สาวในหมู่บ้านล้วนดีกับนางยิ่ง ทั้งยังสอนสิ่งต่าง ๆ ให้นางมากมาย
ท่านอาอู๋ที่หัวหมู่บ้านเชี่ยวชาญการแกะสลักที่สุด ทั้งยังแกะของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้นางมากมาย มีทั้งแมวน้อย สุนัขน้อย นก ปลา แมลง~ น่าเสียดายที่ตอนถูกพากลับตระกูลอี้ว์ นางไม่อาจนำรูปสลักไม้เหล่านั้นติดตัวมาด้วย
ฝีมือแกะสลักต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก นี่เป็นของขอบคุณที่เตรียมมอบให้เยี่ยนตู้ ซานฉีไม่อยากทำส่ง ๆ จึงต้องแกะให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
