หลังซานฉีกับเยี่ยนตู้กลับจวน ก็ตรงเข้าไปในห้องหนังสือด้านใน
หนานซินวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะ นอกจากนั้นยังมีธูปเทียนที่เยี่ยนตู้สั่งให้คนเตรียมไว้
ยามหนานซินจากไป เขาขยิบตาให้เยี่ยนตู้ “ข้าจัดการเอง ท่านแม่ทัพน้อยวางใจได้!”
กล่าวจบ หนานซินก็ปิดประตู แล้วเรียกพวกพ้องให้รีบไสหัวไปด้วยกัน
หากมิใช่กลัวว่าจะทำเกินไป เขาคงอยากหากุญแจมาล็อกประตูเสียให้แน่น
เยี่ยนตู้ไม่เข้าใจความหมายของหนานซิน จึงมิได้ซักไซ้ให้มากความ เขาหันกายเดินเข้าไปด้านใน ก็เห็นซานฉีเปิดกล่องอาหารแล้ว ใบหน้าน้อย ๆ ฉายแววผิดหวัง
“ยังไม่มีกลิ่นหรือ?”
ซานฉีพยักหน้า ไม่ต้องลองชิมด้วยซ้ำ นางไม่ได้กลิ่นหอมของอาหารแม้แต่น้อย
“แปลกนัก ทั้งหมดซื้อจากหอเทาเที่ย เป็นน่องไก่แท้ ๆ เหตุใดครั้งนี้จึงไร้กลิ่นไปได้?”
เยี่ยนตู้ครุ่นคิด เขาหยิบธูปเทียนออกมาแล้วมองซานฉี “เจ้ารังเกียจหรือไม่?”
ซานฉีย่อมเข้าใจความหมายของเขา
คนจุดเทียน ผีขึ้นโต๊ะ
นางพยักหน้า เยี่ยนตู้จึงจุดธูปเทียน ควันสายหนึ่งซึ่งมีเพียงซานฉีเท่านั้นที่มองเห็นค่อย ๆ ลอยออกมาเป็นริ้ว พันวนรอบอาหารบนโต๊ะ เกี่ยวรั้งกลิ่นหอมเอาไว้
ซานฉีสูดหายใจลึก กลิ่นหอมลอยเข้าจมูก ดวงตานางพลันเป็นประกาย
“ได้ผล!”
เยี่ยนตู้เองก็ถอนหายใจโล่งอก เขาเลื่อนกล่องอาหารไปตรงหน้าซานฉีเบา ๆ “กินเถิด”
ซานฉีไม่เกรงใจ ความจริงนางสามารถ “สูด” กลิ่นรสของอาหารเหล่านี้เข้าไปได้ ทว่าหากของอร่อยไม่เคี้ยวเสียหน่อย จะยังมีรสชาติอันใดอีก?
อีกทั้งในใจนางยังคิดว่าตนก็นับว่าเป็นคนผู้หนึ่ง กินอาหารอย่างคนทั่วไปย่อมดีกว่า
เยี่ยนตู้เท้าศีรษะด้วยมือ มองซานฉีกินอย่างเอร็ดอร่อยราวพายุพัดผ่าน พอเห็นว่านางใกล้จะกินหมด เขาก็ไปบิดผ้าชุบน้ำแล้วส่งให้นางเช็ดมือ
ซานฉีเอ่ยอย่างขัดเขินว่า “ขอบคุณ” ก่อนรับผ้ามาเช็ดปากและมือ
