คนตระกูลอี้ว์ทั้งอับอายทั้งเดือดดาล แทบอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด!
เจ้าคนแซ่โจวผู้นี้หยาบคายและบ้าบิ่น ทั้งยังไร้เหตุผล ปากเสียจนไม่ยอมไว้หน้าใคร!
รองแม่ทัพโจวด่าพึมพำพลางเดินเข้าไปคว้าข้อมืออี้ว์ถัง ออกแรงกระชากกำไลหยกแดงบนข้อมือนางออกมา จากนั้นจึงบรรจงวางลงในหีบ
เหล่าทหารตรวจนับสิ่งของเสร็จแล้วจึงรายงานว่า “ใต้เท้า จำนวนยังไม่ถูกต้องขอรับ”
ใบหน้ารองแม่ทัพโจวดำคล้ำ เขาคว้าบัญชีมาเทียบดู นี่จะเรียกว่าไม่ถูกต้องได้อย่างไร! ไม่ต้องพูดถึงแพรเซียงอวิ๋นกับแพรสู่จิ่นที่ถูกทำเสียหาย ยังมีของอีกหลายชิ้นที่เป็นของซึ่งมารดาเยี่ยนตู้ทิ้งไว้ กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
รองแม่ทัพโจวกวาดตามองคนตระกูลอี้ว์ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่บนศีรษะหลิวฮูหยิน บนศีรษะนางปักปิ่นนกขับขานประดับทองฉลุ ซึ่งมีทับทิมสีแดงดุจโลหิตนกพิราบคาบอยู่ตรงจะงอยปาก
“ที่แท้อยู่บนศีรษะเจ้านี่เอง!” รองแม่ทัพโจวก้าวฉับ ๆ เข้าไป หลิวฮูหยินตกใจจนหน้าซีด รีบหลบเข้าไปในอ้อมอกบุตรชาย
อี้ว์มิ้นเหวินทั้งตกใจทั้งโกรธ “ท่านคิดจะทำอะไรกับมารดาข้า?”
รองแม่ทัพโจวกระชากปิ่นนั้นออกจากศีรษะหลิวฮูหยินทันที
หลิวฮูหยินกรีดร้อง “นี่เป็นของข้า—”
“ของเจ้า? ปิ่นนกนี้เป็นของที่ระลึกของฮูหยินผู้พิทักษ์แคว้น ทางฮองเฮาก็มีปิ่นแบบเดียวกันอยู่แท่งหนึ่ง เจ้ามีหน้าที่ไหนกล้าบอกว่าเป็นของเจ้า?”
ใบหน้าหลิวฮูหยินซีดเผือด
อี้ว์มิ้นเหวินกับอี้ว์มิ้นอู่ต่างตะลึง ของที่ระลึกของมารดาเยี่ยนตู้มาอยู่บนศีรษะมารดาพวกเขาได้อย่างไร?
หลิวฮูหยินสั่นเทาพลางกล่าวว่า “ของเหล่านี้... ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนให้คนนำมาส่ง เมื่อเขามอบให้แล้ว ย่อมเป็นของพวกเรา...”
