คำว่า ‘เจ้า’ คำเดียวกลับทำให้ผู้คนใจหวิวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ซานฉีกลืนน้ำลาย เงยเอนกายถอยห่างจากเขาเล็กน้อย “เยี่ยนตู้ เจ้าพูดอะไรของเจ้า!”
“ข้าบอกว่าพอสวมจี้หยกชิ้นนี้แล้วเจ้าดูงดงาม” สีหน้าของเขาใสซื่อเกินไป ซานฉีจึงมองพิรุธใดไม่ออก ได้แต่ลอบสงสัยในใจ หรือข้าจะคิดมากไปเอง?
เมื่อครู่เยี่ยนตู้ทำให้นางรู้สึกประหลาดยิ่งนัก
ทั้งแววตาและกลิ่นอายล้วนสะอาดบริสุทธิ์ ทว่านางกลับสัมผัสได้ถึงความคิดไม่ซื่ออยู่ราง ๆ
ขณะที่ซานฉีกำลังสงสัย ก็ได้ยินเสียงครางหงิง ๆ อย่างน่าสงสารดังขึ้น
สุนัขตัวหนึ่งหัวบวมเป่งพุ่งเข้าหานาง ซานฉีเห็นหัวสุนัขของแม่ทัพใหญ่บวมจนตาหยีเป็นเส้น ก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มแก้มสุนัข ทำให้มันส่งเสียงครางหงิง ๆ ตอบกลับมา
“เจ้าตัวดี เมื่อคืนไปแหย่รังต่อมาหรือไร เหตุใดถึงบวมเช่นนี้?”
สุนัขทำท่าทางน่าสงสาร วนเวียนอยู่ข้างเท้าซานฉี แล้วเบียดเยี่ยนตู้จนถอยห่าง ขาหน้าทั้งสองพาดลงบนเข่าของนาง ส่วนหัวมุดเข้าหาอ้อมแขน
เยี่ยนตู้มองอยู่ด้านข้าง คิ้วคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อย
เป็นภาพลวงตาหรือ? สุนัขโง่ตัวนี้ดูเหมือนจะไม่กลัวเขาขึ้นมาอย่างกะทันหัน?
ไม่เพียงไม่กลัว กลิ่นอันยียวนกวนประสาทบนตัวมันยังชวนให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
ซานฉีตรวจดูหัวสุนัขอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่คงเพราะบวมเกินไป นางจึงไม่พบร่องรอยถูกต่อย
ไม่รู้เมื่อคืนมันแอบวิ่งไปซุกซนที่ใดมา ตัวเหม็นหึ่งไปหมด
ซานฉีรีบสั่งให้คนพามันไปอาบน้ำ สุนัขอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก ยามขุยอีมาจับตัวมันไป เสียงครางหงิงอย่างคับแค้นนั้นราวกับมีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรเข้าสิง
