เยี่ยนตู้กลับมาในยามดึกสงัด เขาตรงไปยังเรือนของซานฉี
สภาพของแม่ครัวตรงกับที่มีดสับกระดูกสารภาพ ศพสามีทรยศรักของนางถูกพบในคอกหมู
เจ้าหน้าที่ชันสูตรตรวจสอบสาเหตุการตายของนาง พบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และนางตายมาได้สองวันแล้ว
ผลลัพธ์นี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้สึกหนาวเยือกไปถึงสันหลัง เถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อของหอเทาเที่ยถึงกับร้องว่าพบผี ทั้งที่ตลอดสองวันที่ผ่านมาแม่ครัวยังมาทำงานตามปกติ อาหารขึ้นชื่อหลายอย่างก็ล้วนผ่านมือนาง
“ข่าวนี้ปิดไม่มิดแน่ ต่อให้ไม่มีเหล่าสหายขุนนางของเจ้ากรมฉี คนที่มากินอาหารในหอเทาเที่ยล้วนเป็นผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวง”
ซานฉีพยักหน้า “ข้าถามมีดทื่อแล้ว มีเพียงเจ้ากรมฉีกับพวกที่กิน ‘หัวใจหยางฮวา’ ส่วนอาหารอื่นที่แม่ครัวทำไม่ได้ใส่สิ่งใดปนลงไป ทว่า...”
นางเกาจมูก “เคราะห์ร้ายย่อมมีแน่ คนเหล่านั้นคงโชคร้ายไปอีกพักหนึ่ง”
เฮ้อ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกรรมสนอง ต้องจัดการให้เรียบร้อย
ซานฉีสบตากับเขา ก่อนประสานมือทำท่าขอร้อง แล้วเอ่ยเสียงเบา “ระ-มัด-ระ-วัง”
ดวงตาของนางกลมโตดำขลับ ยามเอ่ยปากขอร้องใคร ก็ทำให้ใจคนอ่อนยวบได้จริง ๆ
คำว่า ‘ระมัดระวัง’ ทั้งสี่คำแทบกลายเป็นรหัสลับระหว่างนางกับเยี่ยนตู้ไปแล้ว
เรื่องนี้ซานฉีออกหน้าไม่สะดวกจริง ๆ ย่อมเป็นที่สะดุดตาเกินไป
เยี่ยนตู้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “หากข้าออกหน้า ผู้คนก็ยังเชื่อมโยงเรื่องนี้มาถึงเจ้าได้ง่าย มิสู้มอบให้ฮูหยินหนิวจัดการ?”
ซานฉีไตร่ตรองแล้วเห็นว่าข้อเสนอนี้ไม่เลว
นี่ล้วนเป็นน้ำใจที่มีคนหยิบยื่นมาให้ถึงที่
ฮูหยินหนิวน่าจะยินยอม อีกอย่าง...
“ได้ยินว่าเจ้ากรมฉีมักทำหน้าบึ้งใส่ท่าน แต่ท่านใจกว้างไม่น้อยเลยนะ”
เยี่ยนตู้กระแอมเบา ๆ รู้ว่าสวี่ฉางหลิวปากมาก คงเอาเรื่องน่าอับอายในอดีตของเขาไปโพนทะนาจนหมดแล้ว
