จวนสกุลอี้ว์
อี้ว์อันเพิ่งกลับไปถึง ก็ถูกพาตัวไปยังห้องของหลิวฮูหยินในเรือนชั้นใน
หญิงรับใช้ร่างกำยำสองคนกดเขาลงกับพื้น คนหนึ่งอยู่ซ้าย อีกคนอยู่ขวา
หลิวฮูหยินนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน ข้างกายยังมีสตรีแต่งกายประดับอัญมณีระยิบระยับคนหนึ่ง คิ้วเรียวหางชี้ ดวงตาสามเหลี่ยม มีใบหน้าถือดีและใจแคบแต่กำเนิด
“ไอ้เด็กเหลือขอ แค่เรื่องเล็กน้อยยังทำไม่สำเร็จ” หลิวฮูหยินวางถ้วยชาลง “ให้เจ้าอยู่ข้างกายอี้ว์ซานฉี แต่เจ้ากลับกล้าวิ่งหนีกลับมาอย่างนั้นหรือ?”
สิ้นเสียง นางรับใช้สองคนก็คว้าผมอี้ว์อันแล้วกระชากให้เงยหน้า ก่อนจะฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าเขาหลายครั้ง
ใบหน้าอี้ว์อันบวมเป่ง เขามองหลิวฮูหยินด้วยแววตาอาฆาต ราวกับลูกหมาป่าที่ไม่ยอมศิโรราบ
“ปล่อย...ท่านแม่ข้า...” อี้ว์อันเอ่ยอย่างยากลำบาก เลือดเต็มปาก
หลิวฮูหยินหัวเราะเย็นชา “ยังห่วงมารดาหญิงคณิกาของเจ้าอยู่อีกหรือ? หากรู้จักสถานการณ์ ก็ควรหาทางทุกวิถีทางให้อี้ว์ซานฉีเก็บเจ้าไว้ บัดนี้ก็รอให้มารดาเจ้าเข้าไปอยู่ในหอนางโลมเถิด!”
อี้ว์อันเดือดดาลจนคิดจะพุ่งเข้าใส่ ทว่าก็ถูกหญิงรับใช้กดลงกับพื้นอีกครั้ง
สตรีข้างกายหลิวฮูหยินหัวเราะเย็นชา นางแซ่ฮวา เป็นพี่สะใภ้ทางบ้านเดิมของหลิวฮูหยิน
“ไอ้เดรัจฉานตัวน้อยนี่ไม่รู้จักดีชั่ว ข้าว่าไม่ต้องขายแม่มันเข้าไปในหอนางโลมแล้ว ฆ่าให้ตายเสียก็สิ้นเรื่อง โบยสักหลายสิบไม้จนเนื้อแตกเลือดไหล ดูสิว่ามันยังปากแข็งอยู่อีกหรือไม่!”
“พวกเจ้ากล้าหรือ!” อี้ว์อันถลึงตาจนแทบถลน
ฮวาฮูหยินส่งสายตาให้หลิวฮูหยิน อีกฝ่ายเข้าใจความหมายจึงเอ่ยว่า “อย่างไรเสีย มารดาเขาก็เป็นอนุของประมุข ทั้งยังให้กำเนิดบุตรสาวสองคนกับบุตรชายหนึ่งคน นับว่ามีคุณความดีอยู่บ้าง”
