หนานซินปวดใจแทบแย่ “โอ๊ย ท่านแม่ทัพน้อย ระวังหน่อยสิ ยายังดื่มไม่หมดเลย! ยานี่แพงมากนะ! ยี่สิบตำลึง! ข้างนอกขายได้ขวดละยี่สิบตำลึงเชียว!”
“ยาที่จวิ้นจู่ให้ท่านเมื่อคืนใช้ไปตั้งสามขวด เป็นทองคำตั้งหกสิบตำลึง! ก้นของท่านแม่ทัพน้อยยามนี้คงทำจากทองคำจริง ๆ แล้วกระมัง...”
เยี่ยนตู้จ้องเขาเขม็ง ใบหน้าดุจหยกเย็น น้ำเสียงหนักแน่นทุกถ้อยคำ “ว่าอย่างไร ยานี่ใช้ทาภายนอกได้ แล้วยังกินได้ด้วยหรือ?”
“ได้ขอรับ จวิ้นจู่ให้ข้ามาหลายขวด บอกให้เอามาใช้กับท่านแม่ทัพ ยาพวกนี้ล้วนเป็นทองคำทั้งนั้น!” หนานซินทอดถอนใจ ก่อนจะร้องอ้อแล้วหยิบทองคำก้อนหนึ่งยื่นให้
“นี่เป็นเงินค่ายาที่จวิ้นจู่ขายวันนี้ นางให้ข้านำมาให้ท่านแม่ทัพ บอกว่า...แค่ก ค่าเช่าห้องขอรับ”
เยี่ยนตู้เม้มริมฝีปากแน่นยิ่งกว่าเดิม
เขารับทองคำนั้นมา แรงมือหนักหน่วงจนแทบจะบีบให้มันบิดเบี้ยว
“ท่านแม่ทัพน้อย หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
“ช้าก่อน” เยี่ยนตู้เอ่ย “ไปที่ห้องบัญชี แล้วจ่ายค่ายาคืนให้นางตามราคาตลาด”
“หา?” หนานซินมีสีหน้าลำบากใจ “จวิ้นจู่มอบยาให้ท่านแม่ทัพด้วยน้ำใจ ท่านให้เงินนางเช่นนี้ จะไม่เป็นการผลักไสนางออกไปหรือขอรับ...”
“ข้าสั่งให้ไปก็ไป”
เยี่ยนตู้รู้ว่าซานฉีอยาก ‘ตอบแทน’ เขา แต่หากจะตอบแทนกันจริง ๆ ก็ควรเป็นเขาต่างหากที่ตอบแทนนาง
เป็นเขาเองที่คิดไม่รอบคอบ ของพระราชทานที่พระปิตุลามอบให้ แม้ดูหรูหรา แต่ก็มีไว้เพียงตั้งประดับ นางจากตระกูลอี้ว์มาเพียงลำพัง เงินทองในมือย่อมขัดสน มิฉะนั้นจะออกไปขายยาได้อย่างไร?
แต่นางเลือกพึ่งพาตนเองอยู่ข้างนอก ทั้งยังไม่มาเล่าความลำบากให้เขาฟัง ย่อมไม่อยาก ‘สร้างความลำบาก’ ให้เขาอีก
เขาไม่อยากให้นางรู้สึกว่าต้องอาศัยอยู่ใต้ชายคาผู้อื่น หรือรู้สึกติดค้างเขา
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็จะซื้อยาพวกนั้นจากนาง ตามที่นางกล่าว เงินกับสินค้าต่างแลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรม
เช่นนี้...คงไม่ถือว่าเขาช่วยนางกระมัง? ยานั่นมีสรรพคุณยอดเยี่ยม หอเป่าชุนยังปรารถนาจนแทบไม่ได้มา คิดดูแล้วเขาต่างหากที่ได้เปรียบ
