เมื่อหนานซินเอ่ยเตือน ซานฉีจึงนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาได้
เมื่อสองปีก่อน ตอนที่นางถูกพาตัวจากหมู่บ้านหวงฉวนกลับตระกูลอี้ว์ ระหว่างทางได้พบกับปรากฏการณ์กำแพงผี เป็นผีดุร้ายตนหนึ่งที่มีตบะไม่ต่ำ ซานฉีจัดการมันได้แล้ว ยังช่วยคนผู้หนึ่งเอาไว้ด้วย
ทว่ายามนั้นนางเฝ้ารอจะได้พบหน้าบิดามารดาผู้ให้กำเนิดและครอบครัวเสียจนใจจดจ่อ หลังรักษาบาดแผลและพันแผลให้คนผู้นั้นแล้วก็จากไป
คนผู้นั้นคือเยี่ยนตู้หรือ?
แต่ถึงจะเป็นการตอบแทนบุญคุณ เยี่ยนตู้ก็ตอบแทนเสียล้นเหลือเกินไปกระมัง?
“นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนช่างเป็นคนดีเหลือเกิน” ซานฉีถอนใจ “แค่ตอบแทนบุญคุณ เขาก็มอบให้มากมายถึงเพียงนี้”
“ไม่นับว่ามากเลย สิ่งที่มอบให้จวิ้นจู่จะใช้สิ่งใดมาชั่งตวงได้เล่า หากนับเช่นนี้ มิเท่ากับดูแคลนน้ำใจระหว่างท่านกับนายทหารหนุ่มหรอกหรือ!” หนานซินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ซานฉี: น้ำใจ...อืม คำนี้ฟังแล้วช่างประหลาดอยู่บ้าง
“เขาตอบแทนบุญคุณผู้อื่นเช่นนี้ด้วยหรือ?”
“ไม่หรอก โดยทั่วไปแล้วมักเป็นผู้อื่นที่ตอบแทนบุญคุณนายทหารหนุ่มเสียมากกว่า จวิ้นจู่เป็นคนแรกที่นายทหารหนุ่มตอบแทนบุญคุณ”
ซานฉีเข้าใจแล้ว เยี่ยนตู้เพิ่งตอบแทนบุญคุณผู้อื่นเป็นครั้งแรก จึงยังไม่ชำนาญ เลยมอบให้มากไปหรือ?
“เก็บของตอบแทนเหล่านี้ไว้ก่อนเถิด” ซานฉียังคงตั้งใจจะคืนของทั้งหมดให้เยี่ยนตู้ ของล้ำค่าเกินไป ทั้งยังมีของตกทอดจากฮูหยินผู้พิทักษ์แคว้นอยู่ไม่น้อย นางรับไว้ไม่ได้!
รอเยี่ยนตู้กลับมาแล้วค่อยพูดเรื่องนี้กับเขาให้ชัดเจน
“จริงสิ ยังมีอีกเรื่อง...” หนานซินกลั้นยิ้ม “คุณหนูสี่แห่งตระกูลอี้ว์ป่วยเป็นโรคประหลาดอันใดก็ไม่รู้ กลิ่นเหม็นทั่วกายแทบจะส่งคนลงปรโลกได้!”
“พวกท่านรองแม่ทัพโจวถูกกลิ่นรมจนถึงบัดนี้ยังคลื่นไส้อยู่เลย พูดถึงแล้ว เครื่องประดับพวกนี้ก็ถูกคุณหนูสี่ผู้นั้นจับต้อง ตอนนำกลับมาก็มีกลิ่นเหม็นฉุนยิ่งนัก ยังดีที่บัดนี้กลิ่นจางไปแล้ว”
