“ลากนางขึ้นรถม้า” เสียงของซานฉีดังขึ้น
แม้หนานซินกับขุยอีจะไม่เข้าใจ แต่ก็ยังทำตาม อุ้มหลิวฮูหยินขึ้นรถม้าจากพื้นหิมะ
ซานฉีใช้ผ้าเช็ดเลือดบนใบหน้าของหลิวฮูหยิน การกระทำอ่อนโยนราวกับบุตรสาวผู้กตัญญู หนานซินกับขุยอีมีสีหน้าพิกลยิ่งขึ้น
ครั้นเห็นซานฉีหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมา แล้วยัดเข้าปากหลิวฮูหยิน หนานซินก็ปวดใจจนแทบกระอักเลือด “ยาลูกกลอนฉางอันเม็ดนี้มีราคาถึงสิบตำลึงทองเชียวนะ!”
หลิวฮูหยินชั่วร้ายถึงเพียงนี้ เหตุใดจวิ้นจู่ยังช่วยนางอีก! คงไม่ใช่ว่าสายใยแม่ลูกปะทุขึ้นมาในยามนี้กระมัง?
“น่าเวทนาเหลือเกิน...” ซานฉีถอนหายใจแผ่วเบา “ข่าวที่เจ้าถูกพาตัวเข้าวัง ข้าให้คนส่งกลับไปยังตระกูลอี้ว์แล้ว หลายชั่วยามผ่านไป ตระกูลอี้ว์กลับไม่ส่งผู้ใดมาสักคน...”
ร่างของหลิวฮูหยินกระตุกน้อย ๆ นางลืมตาไม่ขึ้น ทว่าทุกถ้อยคำที่ซานฉีพูด นางได้ยินชัดเจน
“ฮูหยินอี้ว์วางใจเถิด เห็นแก่ความเป็นแม่ลูกกัน ข้าจะทนมองเจ้าตายไปเช่นนี้ได้อย่างไร”
ซานฉียิ้มอ่อนโยน ก่อนบดยาลูกกลอนฉางอันแล้วโรยลงบนบาดแผลที่แผ่นหลังของหลิวฮูหยิน ไอผีสายแล้วสายเล่าผสานกับผงยา ค่อย ๆ ซึมเข้าสู่เนื้อหนังของนาง
หลิวฮูหยินไม่ได้รู้สึกยินดีที่รอดชีวิตมาได้ นางกลับรู้สึกขนลุกซู่
ซานฉีไม่ได้เอ่ยปากสักคำ ทว่าเสียงของนางกลับดังก้องอยู่ในหัวหลิวฮูหยินอย่างชัดเจน
—เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
—มีชีวิตกลับไปยังนรกบนดินที่ตระกูลอี้ว์ ฮูหยินอี้ว์ วันดี ๆ ของเจ้ายังรออยู่เบื้องหน้า...
—ข้ารับรองว่าร่างกายเจ้าจะเน่าเหม็นไม่หยุด วิญญาณจะผุพังทีละน้อย แต่เจ้าพูดไม่ได้ ทว่าลมหายใจนี้จะยังคงอยู่
—ไม่ว่าสามีแสนดีหรือลูกชายกตัญญูของเจ้าจะรังเกียจเจ้าเพียงใด เจ้าก็จะยื้อชีวิตต่อไป จนกระทั่ง...
