เยี่ยนตู้พาคนสองคนกลับจวนแม่ทัพ
คนหนึ่งคือแม่นมอาวุโสในวังผู้ผ่านรัชสมัยมาถึงสองยุค นามว่าแม่นมฉาง
อีกคนคือสาวใช้ในวังที่ฮองเฮาเยี่ยนทรงเลือกมาด้วยพระองค์เอง นามว่าซานจา
แม่นมฉางมีใบหน้าดุดันชวนให้คนหวาดหวั่น ตาขาวสามด้าน คิ้วชี้ขึ้น หางตาเชิด โหนกแก้มสูง ล้วนมีครบถ้วน แม้เพียงมองคนด้วยสายตาปกติ ก็ยังชวนให้รู้สึกราวกับกำลังบอกว่า ‘พวกเจ้าล้วนเป็นเดียรัจฉานชั้นต่ำ’
ส่วนซานจากลับร่าเริงและเฉลียวฉลาด ไม่เหมือนคนที่ออกมาจากวังเลยสักนิด นางมีความมีชีวิตชีวาเป็นอิสระเสรีอยู่เต็มเปี่ยม
หลังแม่นมฉางและซานจาทำความเคารพสามชีตามลำดับแล้ว
คนแรกก็เข้าเรื่องทันที “ข้าน้อยรับพระบัญชาให้มาสั่งสอนจวิ้นจู่ วันเวลายังอีกยาวไกล ขอจวิ้นจู่โปรดให้ความร่วมมือกับข้าน้อยอย่างเต็มที่”
สามชีกะพริบตาปริบ ๆ แล้วหันไปมองเยี่ยนตู้
นายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนเลือกเป็น ‘คนขี้ขลาด’ อย่างหาได้ยาก
“ข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
สามชีมองนายทหารหนุ่มสกุลเยี่ยนหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา สายตาของนางประสานเข้ากับตาขาวสามด้านของแม่นมฉาง เด็กสาวจึงเผยรอยยิ้มอ่อนหวานว่าง่ายออกมาทันที
แม่นมฉางไม่หวั่นไหว เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “ก่อนที่ข้าน้อยจะสั่งสอนกฎระเบียบแก่จวิ้นจู่ อยากทำความเข้าใจอดีตของจวิ้นจู่เสียก่อน จะได้สั่งสอนให้เหมาะกับพื้นเพ”
สามชีสงสัย “แม่นมฉางอยากรู้อะไรหรือ?”
“เล่าให้ข้าน้อยฟังเถิดว่า เมื่อก่อนจวิ้นจู่ใช้ชีวิตในตระกูลอี้ว์อย่างไรบ้าง”
สามชีไม่เห็นว่ามีสิ่งใดพูดไม่ได้ จึงตอบตามความจริงอย่างว่าง่าย
แรกเริ่มแม่นมฉางกับซานจายังมีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ทว่ายิ่งสามชีเล่าต่อ สีหน้าของทั้งสองก็ยิ่งแปรเปลี่ยน
ครั้นสามชีเล่าถึงตอนที่ตนช่วยไทเฮาไว้ในวัง แต่หลังถูกพากลับตระกูลอี้ว์กลับถูกโยนเข้าไปในห้องเก็บฟืน อี้ว์มิ้นอู่เกือบบีบคอนางจนตาย ท้ายที่สุดนาง ‘แกล้งตาย’ ไปคราหนึ่ง แล้วถูกเข้าใจว่าเป็นศพ ม้วนใส่เสื่อฟางโยนออกจากประตูจวน...
