เงาผีสองสายทะลุออกมาจากใต้เท้าซานฉี ก่อนจะแทรกเข้าไปในเงาของแม่ลูกคู่นั้น
ซานฉีมิได้หยุดอยู่นาน นางออกจากห้องนี้ไป
จวนปั๋วยวนโหวมีพื้นที่กว้างใหญ่ยิ่ง นางเองก็เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก กลางวันนั้น ‘คุณหนูสวี่สาม’ ที่นางเห็นใต้ต้นซิ่งฮวาในจวนติ้งเป่ยโหวมิใช่ผี หากเป็นสภาพวิญญาณที่แยกออกจากกาย อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่!
ทว่าการที่วิญญาณแยกจากร่างย่อมมิใช่เรื่องดี
“พาข้าไปหาร่างของเจ้าเถิด” ซานฉีหันกลับไปกล่าวกับคุณหนูสวี่สามที่อยู่เบื้องหลัง
วิญญาณของคุณหนูสวี่สามยังคงมีท่าทีเลื่อนลอยไร้สติ หลังได้ยินคำพูดของซานฉี นางจึงค่อย ๆ หันศีรษะอย่างแข็งทื่อ แล้วขยับเท้าไปยังทิศทางหนึ่งอย่างเชื่องช้า
ซานฉีเดินตามหลังนางไป พลางจดจำเส้นทางเงียบ ๆ
ทันใดนั้น เงาใต้เท้าซานฉีก็กระดุกกระดิก เสียงกระซิบของภูตผีแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู
“หืม? ยังมีคนลอบเข้าจวนโหวอีกหรือ?” ซานฉีครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนสั่งให้คุณหนูสวี่สามรอนางอยู่ที่เดิม ส่วนนางตามเงาผีไปอีกทางหนึ่ง
ภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าฉู่แห่งจวนโหว ชายชุดดำหลบซ้ายหลบขวา เกือบถูกกององครักษ์ลาดตระเวนพบตัว ขณะที่เขากำลังจะลอบเข้าไปลึกกว่านี้ มือขาวดุจหยกข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากความมืดด้านหลัง ปิดปากเขาแล้วกระชากเข้าไปในเงามืด
หัวใจของสวี่ฉางหลิวแทบกระดอนออกมาจากอก มือกำลังจะชักมีดสั้นที่เอว ทว่ากลับสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ดำขาวชัดเจน
“อื้อ ๆ!” จวิ้นจู่?!
ซานฉีทำท่าจุ๊ปาก ส่งสัญญาณให้เขามองออกไปด้านนอก
สวี่ฉางหลิวเหลือบมอง ก็เห็นกององครักษ์กลุ่มหนึ่งกำลังลาดตระเวนมาทางนี้ หากซานฉีมิได้ลากเขาเข้ามาหลบในมุม เขาคงเดินไปอีกไม่กี่ก้าวก็ต้องประจันหน้ากับพวกนั้น
