ภายในรถม้าเงียบสงัดอยู่ชั่วขณะ
เยี่ยนตู้เห็นนางนิ่งเงียบไป จึงนึกว่าตนทำให้นางตกใจ ปลายนิ้วพลันขดเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ขออภัย ทำให้เจ้าตกใจแล้ว”
ซานฉีกล่าว “ข้ารู้แล้ว ขอเพียงเจ้าไม่กลัวข้าก็พอ”
ทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน ครั้นคำพูดหลุดจากปาก ทั้งคู่ต่างชะงักงัน
สบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดเริ่มหัวเราะก่อน
ซานฉีรู้สึกยินดีอยู่บ้าง นับแต่จากหมู่บ้านหวงฉวนมายังเมืองหลวง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนยืนอยู่ข้างนางโดยไม่สนสิ่งใด เชื่อใจนางโดยไม่ถามเหตุผล ทั้งที่รู้ว่านางมี ‘ปัญหา’
สิ่งที่เขาเลือกไม่ใช่การซักไซ้จนรู้ ‘ความลับ’ ของนางจนหมดเปลือก
แต่ยังคงเชื่อใจนาง และยืนอยู่ข้างนางเช่นเดิม
……
อีกด้านหนึ่ง อี้ว์ถังถูกส่งกลับมายังตระกูลอี้ว์ คนในตระกูลยังไม่ทันรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ก็แทบถูกกลิ่นเหม็นจากตัวอี้ว์ถังทำให้เป็นลมเสียแล้ว หลังฟื้นขึ้นมา อี้ว์ถังก็อาบน้ำอย่างบ้าคลั่ง ขัดผิวจนแทบจะถลอก ทว่ากลิ่นนั้นราวกับซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก ล้างอย่างไรก็ไม่หาย!
“ฮือ ๆ ๆ! เป็นเพราะอี้ว์ซานฉีทั้งนั้น! นางทำร้ายข้า! นางเป็นคนทำ!”
หลิวฮูหยินกับพี่น้องชายแห่งตระกูลอี้ว์เดินวนเวียนอยู่หน้าห้อง สีหน้าล้วนไม่สู้ดี คนของจวนติ้งเป่ยโหวโยนอี้ว์ถังไว้หน้าประตูแล้วก็หนีไป ราวกับกำลังทิ้งสิ่งสกปรก บ่าวในตระกูลอี้ว์จึงไม่ทันได้สืบถามว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
“น้องสี่ อย่ามัวแต่ร้องไห้สิ! เหตุใดอี้ว์ซานฉีจึงไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงได้? วันนี้เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”
ในยามนั้นเอง บ่าวก็เร่งร้อนเข้ามารายงาน “ฮูหยิน! คุณชายใหญ่! ซื่อจื่อชู่... ซื่อจื่อชู่มาแล้วเจ้าค่ะ...”
อี้ว์มิ้นเหวินกับคนอื่น ๆ ตกตะลึง ทันทีที่ได้ยินคำรายงานของบ่าว ก็เห็นชูเยว่ไป๋ดวงตาแดงก่ำ ก้าวยาว ๆ เข้ามา การกระทำของเขาเสียมารยาทยิ่งนัก ทว่าคนตระกูลอี้ว์ผู้ใดจะกล้าตำหนิ หรือกล้าขวางเขาเล่า!
