เพื่อจะซื้อเสื้อคลุมยาวให้เด็กน้อยทั้งสอง เขาขึ้นเวทีประลองโดยไม่ลังเล ทว่าก็ไม่ได้อาศัยวรยุทธ์สูงส่งทำร้ายผู้อื่นตามอำเภอใจ
เหตุใดจึงมีคนทั้งน่ารักและแข็งแกร่งเช่นนี้ได้
หลังจากนั้นมีคนขึ้นมาอีกสามคน ใช้กระบวนท่าหลากหลาย ซูจืออีล้วนเอาชนะได้ในท่าเดียว พอประมือก็หยุด
ในที่สุดเจ้ามือถือเงินรางวัลร้อยตำลึงขึ้นมาบนเวทีด้วยตนเอง ซูจืออีรับไว้ แล้วกระโดดลงจากเวที เดินตรงมาหาซูอู๋ตู้
ซูอู๋ตู้เหลือบเห็นสตรีผู้หนึ่งกำลังเบียดเข้ามาทางเขา ดวงตาเป็นประกาย ราวกับจะเข้ามาทักทาย
เขาก้าวเข้าไป กุมมือซูจืออีไว้ แล้วดึงอีกฝ่ายเดินเร็วๆ เข้าไปในหมู่คนใกล้ๆ
สตรีผู้นั้นกระทืบเท้าปังหนึ่ง
น่าชังนัก คราวก่อนช่วงไหว้พระจันทร์ก็พลาดบุรุษผู้หนึ่งที่ดูคล้ายนักดาบไป คราวนี้ก็พลาดอีก
เหตุใดพวกเขาจึงวิ่งเร็วกันถึงเพียงนี้
ซูจืออีถูกซูอู๋ตู้จูงมือไปยังตรอกเล็กที่ไร้ผู้คน เพิ่งยืนหยัดได้มั่น ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ซูอู๋ตู้ก็สอดเข้าไปใต้ผ้าดำของหมวกคลุมหน้าแล้วรีบร้อนจูบเขา
ซูจืออีไม่เข้าใจเหตุใดนายท่านจึงเป็นเช่นนี้ขึ้นมากะทันหัน มือทั้งสองข้างยันกำแพงด้านหลังไว้อย่างงุนงง ปล่อยให้นายท่านบรรจงจุมพิตบนริมฝีปากเขา
ในตรอกเงียบสงัด เสียงอึกทึกของงานวัดแต่ไกลกลับฟังดูเลือนราง
ครู่หนึ่ง มีเสียงคนเดินเข้ามาใกล้ ซูอู๋ตู้จึงค่อยๆ ถอยออก หน้าผากซบไหล่ซูจืออี
“รอไม่ไหวแล้ว อยากแต่งงานกับจืออีเสียเดี๋ยวนี้”
ลูกกระเดือกของซูจืออีเคลื่อนไหวเล็กน้อย เขาเอ่ยเพียงคำว่า “ผู้น้อย” สองคำ อยู่นานก็มิได้พูดอะไรต่อ
