หลิวเอ้อหู่พูดจบก็จ้องมองเขาอย่างตื่นเต้น เอามือถูกันไปมา ถามอย่างระมัดระวังว่า “พ่อหนุ่ม เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะให้ข้ายืมเงิน... ยังนับหรือไม่? ข้าทำหนังสือกู้ให้ได้ อย่าเพิ่งมองว่าตอนนี้ข้าไม่มีเงิน ข้าล่าสัตว์น่ะมัน...”
ความลับเช่นนี้เอ่ยออกมา หากผู้ใดมีเจตนาแอบแฝง วันนี้เกรงว่าตนคงมีจุดจบไม่ดีนัก ถ้าไม่ใช่เพื่อภรรยา...
ซูอู๋ตู้หัวเราะ ไม่ถือวิสาสะรั้งรอ “เอาที่อยู่บ้านเจ้ามาให้ข้า วันหลังข้าจะส่งหมอไปตรวจรักษาภรรยาเจ้าที่บ้าน หากรอดได้ หมอจะทำให้สุดกำลัง”
อย่างไรเสียในสำนักก็เลี้ยง “หมอเทวดา” ไว้มากมาย ส่งไปสักคนก็พอ
ดวงตาของหลิวเอ้อหู่เป็นประกายขึ้นมาทันที ขอบตาก็แดงก่ำชายชาตรีตัวใหญ่ริมฝีปากสั่นระริกอยู่พักหนึ่ง เอ่ยอะไรไม่ออกสักคำ
เขาลุกขึ้นยืน บอกที่อยู่บ้านตนอย่างละเอียด แม้แต่หน้าบ้านมีต้นพุทราต้นหนึ่งก็บอกด้วย กลัวเขาจะหาที่ทางไม่เจอ
ซูอู๋ตู้ทวนซ้ำอย่างแม่นยำ หลังจากนั้นรับปากว่า “พรุ่งนี้หมอจะไป”
หลิวเอ้อหู่ครานี้สำนึกบุญคุณสุดแสน แทบอยากจะโขกศีรษะให้อีกครั้ง
ซูอู๋ตู้โบกมือ “รีบกลับไปดูภรรยาเจ้าเถิด”
เขาต้องไปซื้อเสื้อคลุมยาวจริง ๆ เสียที
“ขอรับ ๆ!” หลิวเอ้อหู่รับคำก้าวไปสองก้าวแล้วหันกลับมา เตือนเขาอย่างต่ำต้อยว่า “ท่านต้องอย่าลืมส่งหมอมาให้ได้นะ ข้าผู้น้อยพรุ่งนี้จะรออยู่ที่บ้านทั้งวันเลย!”
เห็นซูอู๋ตู้พยักหน้าแล้ว เขาถึงยอมไป
