หลายวันต่อจากนั้น หูอาฉื่อก็อยู่แต่ในศาลาหยานอวี่อย่างสงบเสงี่ยม เพียงแต่จะมาถามซูอู๋ตู้ทุกสองสามวันว่าเจอชิงชิงหรือยัง
ซูอู๋ตู้ตอบทุกครั้งว่ายังไม่มีข่าวคราวมาถึง ให้เขาอดทนรอสักหน่อย หูอาฉื่อก็คอตกจากไปอย่างห่อเหี่ยว พอวันรุ่งขึ้นก็อดใจไม่ไหวมาอีก
ซูอู๋ตู้ก็ไม่ได้รำคาญแต่อย่างใด หูอาฉื่อคงเป็น 'จุดอ่อน' เพียงหนึ่งเดียวบนตัวหูกวงเอี๋ยน หากเริ่มจากเขา ภายภาคหน้าจะวางแผนหลายสิ่งได้สะดวก
ทั้งน้ำใจของเขาก็จริงแท้ ท่าทางทุกครั้งที่ได้ยินว่ายังไม่มีข่าว ราวกับอยากร้องไห้แต่ฝืนกลั้นไว้ ซูอู๋ตู้รู้สึกผิดเหมือนกำลังหลอกเด็กอย่างไรบอกไม่ถูก มโนธรรมที่ไม่รู้สึกตัวมานานก็เริ่มประท้วงขึ้นมาจาง ๆ
เขาจึงเริ่มขบคิดหาทาง 'ตามหา' ชิงชิงกลับคืนมา
เช้าตรู่วันหนึ่งในอีกไม่กี่วันถัดมา ซูอู๋ตู้ยืนอยู่หน้ากระจกทองสัมฤทธิ์ ให้สาวใช้ปรนนิบัติแต่งกายและล้างหน้าแปรงฟัน
วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมยาวลายพร้อยสีเทาอีกา ปักใยไผ่ด้วยดิ้นเงิน คาดเข็มขัดหนังสีดำ ห้อยจี้หยกขาวหนึ่งชิ้น สาวใช้เกล้าผมดำขลับของเขาด้วยปิ่นหยก ปล่อยปอยผมสองสามเส้นทิ้งตัวข้างแก้ม ยิ่งขับให้ใบหน้าเขางามราวหยกขัด
เขากำลังก้มหน้าจัดการปลายแขนเสื้อ จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้ารีบร้อนดังมาจากนอกประตู
'ท่านเจ้าสำนัก!' เด็กติดตามที่เฝ้าดูแลชิงชิงวิ่งพรวดพราดเข้ามา หอบหายใจ 'พ่อหนุ่มผู้นั้น--เขากำลังจะคลอดแล้วขอรับ!'
ซูอู๋ตู้เงยหน้า การเคลื่อนไหวในมือไม่หยุด จัดปลายแขนเสื้อเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยปาก 'ไปตามพ่อบ้านโจว ให้เขาจัดหาหมอตำแยไป เตือนให้ระวังหลบพ่อหนุ่มหูที่พักอยู่เรือนรับรอง อย่าให้เขาจับความเคลื่อนไหวได้'
