ไม่นาน รถฮัมเมอร์คันหนึ่งก็จอดหน้าโรงเตี๊ยมเมืองเหลียน ชายร่างกำยำคนหนึ่งก้าวลงจากรถ
เขาคือลู่เทียนสง ครั้งนี้ไม่ได้สวมเครื่องแบบทหาร แต่แต่งกายสบาย ๆ ด้วยเสื้อโค้ตตัวยาว
การใช้ชีวิตในกองทัพมาหลายปีทำให้เขามีราศีน่าเกรงขามติดตัว แม้ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผู้คนก็ยังอดรู้สึกเกรงขามไม่ได้
สำหรับเขา การได้พบหัวหน้าครูฝึกใหญ่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
เขารออยู่ที่ฐานของหน่วยพิทักษ์เสินโจวนานทั้งวัน กว่าจะได้โอกาสนี้มา ทำให้ตอนนี้ตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
ในบรรดาผู้คนมากมายที่เคยได้รับการฝึกจากเย่เฟิงพร้อมกับเขา คนที่เย่เฟิงยอมพบเป็นการส่วนตัวแทบทุกคนล้วนอยู่ในระดับเทพสงคราม
หากไม่ใช่เพราะลู่เทียนสงบังเอิญพบเย่เฟิงที่เมืองเหลียน ด้วยฝีมืออย่างเขา คงยากจะมีโอกาสได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังเช่นนี้จากเย่เฟิงไปตลอดชีวิต
ในหมู่ผู้บัญชาการระดับสูงของหน่วยพิทักษ์เสินโจว พวกเขาต่างมีความเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดว่า
การได้พบหัวหน้าครูฝึกใหญ่เป็นการส่วนตัวถือเป็นเกียรติสูงสุดที่เอาไปคุยโม้ได้ตลอดชีวิต
เกียรตินี้หาได้ยากกว่าการได้รับเหรียญเชิดชูความดีเสียอีก อย่างไรเสีย เหรียญก็ยังแลกมาด้วยผลงานทางทหารได้
แต่การได้พบหัวหน้าครูฝึกใหญ่เป็นการส่วนตัว ต่อให้มีเงินก็ทำไม่ได้
มีเพียงคนที่เคยออกรบเคียงข้างหัวหน้าครูฝึกใหญ่เท่านั้นที่เหนือกว่านั้น
นั่นคือเกียรติยศที่แท้จริง เป็นเกียรติที่ทำให้ทหารทุกคนมองด้วยความอิจฉา
น่าเสียดาย ตอนลู่เทียนสงอยู่ในหน่วยพิทักษ์เสินโจว เขาไม่ได้โดดเด่นที่สุด จึงไม่มีคุณสมบัติร่วมภารกิจกับเย่เฟิงในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ