หลัวเฉิงเทาตอนนี้หน้าบวมช้ำ มุมปากยังมีคราบเลือด ผมเสยเรียบแสกไปด้านหลังที่เคยเป็นทรงเนี้ยบยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดูน่าอนาถสุด ๆ
เขาฝืนทนความเจ็บปวด คลานลนลานลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินโซเซไปยังรถเบนซ์ของตัวเอง
จากนั้นค่อย ๆ ถอยรถออกไป เปิดที่จอดรถให้
“รีบไสหัวไปซะ!”
เซี่ยเฟิงอาศัยจังหวะนี้ตะโกนดุดัน
ชายผมเสยหลังราวกับได้รับพระราชทานอภัยโทษ เหยียบคันเร่งพุ่งหายไปไกลในพริบตา
เมื่อเห็นแผ่นหลังของชายผมเสยหลังที่จากไป เซี่ยเฟิงถึงค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย ก่อนรีบหันมาพูดด้วยสีหน้าประจบประแจง “พี่ใหญ่ ที่จอดรถว่างแล้วครับ”
ตอนเย่เฟิงกำลังจะขึ้นรถ หลิ่วอิ๋งอิ๋งก็โผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่งจากในรถ ดวงตาคู่งามเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นเซี่ยเฟิง
“เซี่ยเฟิง?”
เธอเผลออุทานออกมา
ตอนนี้เซี่ยเฟิงก็เห็นหลิ่วอิ๋งอิ๋งในรถเช่นกัน เขาพูดอย่างประหลาดใจ “พี่หลิ่ว?”
เขาไม่คิดเลยว่าจะได้เจอหลิ่วอิ๋งอิ๋งที่นี่ จู่ ๆ ก็รู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา
เมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยเฟิงกับหลิ่วอิ๋งอิ๋งไม่เลวเลย เรียกได้ว่าสนิทกันมากด้วยซ้ำ
เมืองเหลียนไม่ได้ใหญ่นัก ตระกูลร่ำรวยก็มีอยู่ไม่กี่ตระกูล การไปมาหาสู่กันเป็นเรื่องปกติ
ตอนหลิ่วชุนตงกุมอำนาจตระกูลหลิ่ว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อของเซี่ยเฟิงก็ดีทีเดียว
อีกทั้งอยู่ในแวดวงเดียวกัน หลิ่วอิ๋งอิ๋งจึงคุ้นเคยกับเซี่ยเฟิงมาก ส่วนเซี่ยเฟิงก็ย่อมไม่รู้สึกแปลกหน้ากับผู้หญิงที่ชอบลงไม้ลงมือคนนี้
เมื่อก่อนเซี่ยเฟิงเป็นคนไม่ค่อยเอาไหน บางครั้งไปยั่วโมโหหลิ่วอิ๋งอิ๋งเข้า พอโดนจับได้ก็ถูกซ้อมยับ