เมื่อเซี่ยเฟิงได้ยินเย่เฟิงพูดตรง ๆ เขาก็ถูมือไปมา พลางยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ฝีมือการต่อสู้ของพี่เก่งมาก ไว้หาเวลาช่วยชี้แนะผมสักหน่อยได้ไหมครับ!”
เซี่ยเฟิงเป็นคนหัวไวจริง ๆ ครั้งก่อนเขาได้ยินพี่สาวพูดว่าฝีมือของชายคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน
วันนั้นเขาก็เริ่มคิดเรื่องนี้แล้ว
แต่เย่เฟิงจากไปเสียก่อน เขาเลยหาอีกฝ่ายไม่เจอ!
แถมตอนนั้นเขายังถือตัวเกินกว่าจะเอ่ยปากขอ
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ในใจเขาชื่นชมเย่เฟิงมากกว่าความรู้สึกอื่น
ถ้าได้อีกฝ่ายช่วยชี้แนะ คงได้ประโยชน์ไม่น้อย
เขาไม่สงสัยในฝีมือของเย่เฟิงอีกแล้ว แม้ตอนซัดคนอีกฝ่ายจะไม่มีลีลาหรือท่าทางหวือหวาอะไร
แต่ถึงยังไงเซี่ยเฟิงก็มีฝีมือใกล้เคียงราชันย์ทหาร พออยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายกลับเหมือนลูกไก่ที่ไม่มีทางสู้
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญประจำตระกูลก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้
คนที่หิ้วเขาขึ้นมาซ้อมได้ มีแค่พี่สาวของเขากับเย่เฟิงเท่านั้น
ฝีมือระดับนี้ควรค่าแก่การเอาใจ ไม่เห็นจะน่าอาย นี่แหละคือเหตุผลที่เขาคอยตามรับใช้เย่เฟิงมาตลอด
“แค่นี้เหรอ?”
เย่เฟิงถามอย่างสงสัย
แม้หมอนี่จะดูบ๊อง ๆ ไปหน่อย แต่เย่เฟิงก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญเขาเท่าไร
ถ้าอีกฝ่ายตั้งใจพัฒนาฝีมือตัวเอง เย่เฟิงก็ไม่ขัดข้องที่จะให้โอกาสสักครั้ง
พอประเมินพื้นฐานของอีกฝ่ายแล้ว ก็ถือว่าไม่เลว ใกล้จะมีฝีมือระดับราชันย์ทหารอยู่แล้ว
ถ้าฝึกฝนขัดเกลาให้ดี หมอนี่ต้องประสบความสำเร็จได้แน่
ถ้าส่งเขาไปอยู่กับลู่เทียนสง บางทีอนาคตอาจไปได้สวย แถมยังช่วยกำจัดคนชั่ว ไม่ต้องคอยสร้างความเดือดร้อนให้คนทั่วเมืองเหลียนอีก!