ตอนที่อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวได้กินข้าวในที่สุด ก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว
-
เมิ่งฉวินพาเธอออกจากที่พักหนึ่งคืนแห่งความสุขมาตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อน เธอเดินตามเขาลงบันไดอย่างอกสั่นขวัญแขวน ก่อนจะพบว่าโถงชั้นล่างว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย
ที่พักเงียบสงัด ราวกับเป็นความสงบเงียบครั้งสุดท้ายก่อนพายุจะมาเยือน
เป็นไปตามคาด ตอนอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามเมิ่งฉวินออกจากตรอก รถตำรวจก็แล่นผ่านไปพร้อมเสียงไซเรนดังสนั่น เฉียดผ่านพวกเธอไปแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในซอย
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวกำชายเสื้อของเมิ่งฉวินแน่น
เธอไม่มีบัตรประชาชน จะไปพักโรงแรมไหนก็ไม่ได้ ส่วนที่พักที่ไม่ถูกกฎหมายก็อันตรายเกินไป ไม่ว่าอย่างไรอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ยอมกลับไปพักโรงแรมเล็ก ๆ อีกแล้ว
ตอนนี้คนเดียวในเมืองหยางเฉิงที่เธอรู้จักและไว้ใจได้ ก็คือเมิ่งฉวินที่อยู่ตรงหน้านี่เอง
ดังนั้นอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวจึงแสร้งทำเป็นฟังไม่เข้าใจตอนเมิ่งฉวินช่วยหาที่พักให้ เธอแหงนหน้ามองฟ้า มองซ้ายมองขวา ตอบไม่ตรงคำถาม สารพัดจะทำ แต่ไม่ยอมตอบเขา
เมิ่งฉวินมองเธออย่างขบขัน “ที่ที่ฉันพูดถึงแม้จะเล็กไปหน่อย แต่ฉันไม่ค่อยได้พักที่นั่น เครื่องนอนก็เพิ่งเปลี่ยนใหม่หมด เธอพอจะทนพักสักคืนได้ไหม”
ที่ที่เมิ่งฉวินพูดถึงคือห้องพักพนักงานในร้านของเขา อยู่ด้านในสุดของร้าน ชุดเครื่องนอนสามชิ้นเพิ่งซักและตากแห้งวันนี้ ที่นอนก็เอาไปตากแดดมาแล้ว ประตูห้องล็อกได้ คืนนี้อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวจึงพักที่นั่นชั่วคราวได้
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อนึกถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่อยู่ในร้านเมื่อบ่าย ก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมานิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยังปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
