เมิ่งฉวินเป็นแบบนี้ อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ่งควรรู้จักกาลเทศะ
เธอนั่งอยู่ในห้องโดยสารที่ชวนกระอักกระอ่วน พื้นที่แคบและปิดมิดชิดทำให้เธอได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวเมิ่งฉวิน ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่เป็นกลิ่นที่ผสมปนเปจากแชมพูกับน้ำยาซักผ้าและกลิ่นอื่น ๆ ของเขา ต้องอยู่ใกล้มากเท่านั้นถึงจะได้กลิ่น เป็นกลิ่นหอมที่มีเพียงเมิ่งฉวินคนเดียว
จางมาก แต่หอมดีจริง ๆ
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ดี เมื่อก่อนเธอมักจะซบอยู่บนตัวเมิ่งฉวินแล้วสูดดม
แต่สถานการณ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะกับคนทั้งสอง
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวเปิดกระจกรถเงียบ ๆ
ลมหนาวพัดพากลิ่นควันดินปืนจากพลุที่ระเบิดแล้วเข้ามาในรถ ช่วยจางความคลุมเครือชวนใจเต้นที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวสูดหายใจลึก ๆ ความเย็นทำให้สมองของเธอปลอดโปร่งขึ้นเล็กน้อยในที่สุด
เป็นอย่างที่คิด คนสองคนที่ไม่สนิทกันพออยู่ในพื้นที่เดียวกันก็ต้องกระอักกระอ่วนแบบนี้
ขณะที่กำลังคิดเช่นนั้น จู่ ๆ เสียงของเมิ่งฉวินก็ดังมาจากเบาะหน้า น้ำเสียงเรียบเรื่อย ฟังไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่
เขาถามว่า “เธอร้อนมากหรือ”
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “ก็ปกติดี”
เมิ่งฉวินขานรับ “อืม” แล้วปิดกระจกรถ
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตา มองกระจกรถที่ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นตรงหน้า ก่อนจะปิดสนิทแนบไปกับร่องในที่สุด
พื้นที่ตรงนี้กลับมาปิดมิดชิดอีกครั้ง
เมิ่งฉวินพูดว่า “ข้างนอกเสียงดังมาก”
เขาเสริมว่า “กลิ่นก็เหม็น”
อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวลองสูดจมูกเบา ๆ ยังพอได้กลิ่นควันพลุที่หลงเหลืออยู่จาง ๆ
