เจ้าจิ้งจอกน้อยเป็นจิ้งจอกที่ชะตาชีวิตพลิกผันนัก ขาที่หักเพิ่งจะดีขึ้นได้ไม่นาน หมอก็วินิจฉัยว่ามันเป็นโรคไรขี้เรื้อน ยังพากลับบ้านไม่ได้
ทั้งสองคนต่างก็ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน จึงดูแลลูกน้อยที่กำลังป่วยไม่ไหว เลยต้องฝากมันไว้ที่โรงพยาบาลสัตว์เรื่อยมา
หลังจากวุ่นวายอยู่นาน ในที่สุดวันที่พาจิ้งจอกกลับบ้านได้ก็มาถึง หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายลงมาในเมืองหยางเฉิง
เผลอแป๊บเดียว พวกเขาก็ออกจากบ้านมานานขนาดนี้แล้ว
ระหว่างนั่งรถกลับ เจ้าจิ้งจอกน้อยเงียบสงบมาตลอดทาง
ยามว่างจากงาน อวี้เหมี่ยวเหมี่ยวก็มักจะแวะไปโรงพยาบาลเพื่ออยู่เป็นเพื่อนมัน ดาดฟ้าของโรงพยาบาลสัตว์มีลานกว้างใหญ่ คนกับจิ้งจอกจึงนั่งอาบแดดด้วยกัน ต่างคนต่างทำธุระของตัวเอง เพราะอย่างนี้จิ้งจอกจึงค่อนข้างสนิทกับเธอ
ที่จริงแล้วเพื่อนหมอของเมิ่งฉวินเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล เขามอบอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงสัตว์ให้ทั้งสองคนมาไม่น้อย
เขายังกำชับเป็นพิเศษว่า “จิ้งจอกขี้ตกใจ ก่อนหน้านี้ป่วยอยู่นาน เรี่ยวแรงก็ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ พอไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่อาจปรับตัวไม่ทัน ถ้ามันขดอยู่ในรังไม่ยอมออกมาก็เป็นเรื่องปกติ พวกคุณไม่ต้องกังวล คิดว่าปล่อยให้ปรับตัวสักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็คงดีขึ้น”
เป็นไปตามคาด พอกลับถึงบ้าน จิ้งจอกก็หุบหางมุดเข้าไปในรังที่เตรียมไว้ให้บนระเบียงทันที
มันขดตัวเป็นก้อนอยู่ข้างใน ดวงตากลมโตดำขลับเป็นประกายคอยมองความเคลื่อนไหวภายนอกอย่างหวาดกลัวและระแวดระวัง
ความตื่นเต้นกับการเลี้ยงสัตว์ในช่วงแรกของอวี้เหมี่ยวเหมี่ยวหมดไปแล้ว หลังจากอยู่กับจิ้งจอกมานาน เธอก็ไม่ใช่คนที่แทบอยากจ้องมันไม่วางตาเหมือนตอนแรกอีกต่อไป
