ท่านยายแก่ตระกูลซ่งเป็นผู้ที่ผ่านมาก่อน ชั่วอึดใจก็เข้าใจแจ้ง
ซ่งชูอวี่ต้องป่วยหนักจึงคิดอยากกลับบ้านนั่นเอง
“เช่นนั้นก็ดี คุณยายจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า ได้ตัวกันเป๊ะ แถมยังได้ตามเจ้าไปร่วมรับสุขสมบัติอีกสักสองสามวัน!”
ซ่งชูอวี่กุมมือท่านยายแก่ตระกูลซ่งไว้ แล้วเบ่งบานรอยยิ้ม
“ดี!”
ท่านยายแก่ตระกูลซ่งลูบหัวซ่งชูอวี่เบา ๆ
“ไม่ได้ เจ้าป่วยเช่นนี้ยังต้องเรียกหมอมาดูอีกครั้ง”
“คุณยาย หมอมาดูแล้ว”
“ไม่เป็นไร หลานสาวเพียงเจ็บป่วยด้วยลมหนาวเท่านั้น อีกไม่นานก็จะหายเอง”
ซ่งชูอวี่กุมมือท่านยายแก่เอาไว้ไม่ยอมให้ไป
“จวิ้นจู่?”
เสียงใสหวานดังขึ้นจากนอกประตู
แล้วบ่าวสาวชุดฉลุยเดินเข้ามา
ซ่งชูอวี่จำได้ นางคือบ่าวสาวใหญ่ประจำกายฮูหยินแห่งอ๋องหลิง
เบื้องหลังนางยังตามมาด้วยแม่หยีหน้าเหลี่ยมสี่เหลี่ยมผืนผ้าคนหนึ่ง
“จวิ้นจู่ เมื่อครู่อ๋องจะลงโทษบ่าวและแม่หยีในห้องของจวิ้นจู่ ฮูหยินห้ามไม่ทัน”
“ฮูหยินคิดว่า ที่นี่ของจวิ้นจู่ย่อมไม่เหลือใครรับใช้”
“จึงให้หนูพาแม่หยีมารับใช้สักคน”
“สกุลจ้าว ฮูหยินสั่งแล้วนะ เจ้าต้องรับใช้จวิ้นจู่อย่างดี ถ้ากล้าเจ้าเล่ห์ลวงหลอกไม่เอาใจใส่ จะขายครอบครัวของเจ้าออกไปทั้งบ้าน!”
แม่หยีรีบโค้งตัวคำนับ “หม่อมเจ้าไม่กล้าเพคะ”
ครั้นตำหนิแม่หยีเสร็จ บ่าวสาวก็หันมายิ้มให้ซ่งชูอวี่
“ฮูหยินยุ่งอยู่นัก แต่ก็เป็นห่วงจวิ้นจู่ยิ่งนัก”
“ฮูหยินให้มาบอกว่า ที่นี่ของจวิ้นจู่ขาดสิ่งใด หรือปรารถนาสิ่งใด โปรดให้สกุลจ้าวมาบอกได้โดยไม่ต้องเกรงใจ”
