ท่านยายแก่ตระกูลซ่งแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเต็มบาตร
“เอาเรื่องตัวซวยตัวนั้นมาพูดทำสิ่งใด”
ซ่งชูอวี่ช่วยหนูทำความเอียงอ้อน “ยาย เอ่ยปากเล่าให้หนูฟังหน่อยเถิ หนูอยากรู้”
นางซ่งเม้มปาก
“ได้ยินลุงคนรองของหนูเล่าว่า อ๋องขาเดินกุดจิบซื้อตัวนั้นไปเป็นบ่าวรับใช้”
บ่าวรับใช้งรอกงรอย
ซ่งชูอวี่นึกถึงสิ่งที่ปรากฏในฝัน จึงไม่เชื่อนัก
“แล้วต่อมาล่ะ”
“ต่อมา จะมีอะไรให้ต่ออีก”
“ได้ยินว่าพอเข้าวังได้ไม่ทันขาด ก็ทำให้อ๋องขาเดินกุดจิบตกน้ำ เกือบสิ้นชีพ”
“พออ๋องขาสิ้นชีพลง ฮูหยินแม่มดตัวนั้นย่อมไม่ปล่อยตัวนั้นไปง่าย ๆ แน่”
ท่านยายแก่ตระกูลซ่งแค่นึกว่ายังมีหลานสาวตัวซวยคนหนึ่งอยู่ในโลก สีหน้าก็มืดครื้นทันที
ซ่งชูอวี่กระพริบตาปริบ ๆ
“ยาย ข่าวของลุงคนรองจะคลาดเคลื่อนหรือเปล่า”
“หนูได้ยินองค์หลิงเจ้าคุยว่า ตอนนี้ตัวนั้นอยู่ในฐานะเดียวกับหนู คือจวิ่นจู่ด้วยกัน”
“แถมยังเป็นพระราชกฤษฎีกาที่ฮ่องเต้มีพระบรมราชโองการด้วย”
ท่านหญิงใหญ่หันขวับมามองซ่งชูอวี่ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“เป็นไปได้หรือ ตัวนั้นจะเป็นจวิ่นจู่ อ๋องขาเดินกุดจิบคนนั้นจะยอมรับดาวอาถรรพ์มาเป็นลูกสาวงอกงามอย่างนั้นกระไร”
“ยาย นั่นคือพระราชกฤษฎีกา! ใครกล้าขัดขวาง”
ท่านยายแก่ตระกูลซ่งพยักหน้า ก็ว่าใช่
ถ้าอ๋องขาเดินกุดจิบอยากจะรักษาชีวิตไว้ ก็ต้องกลืนเลือดกลืนน้ำลายลงคอ
ท่านยายแก่ตระกูลซ่งตบมือแกมือของซ่งชูอวี่เบา ๆ
“จวิ่นจู่ของอ๋องร่วงโรยคนหนึ่ง จะไปเทียบกับเจ้าลูกในอนาคตของเราได้อย่างไร”
“จะได้อะไรถึงเอาตัวนั้นมาพูด ยายแค่นึกว่าตัวนั้นสืบสายเลือดแห่งตระกูลซ่ง ก็อยากบีบคอจนตาย”
