ตัวตัวเพิ่งจะได้เห็นองค์หวังผิงหยางออกอาการเคร่งเครียดเช่นนี้เป็นครั้งแรก
ในใจกังวลระทุกระทวย ย่อยยับขยับก้าวทีละน้อยเดินเข้าไปยืนตรงหน้าองค์หวังผิงหยาง
"ยื่นมือออกมา!"
องค์หวังผิงหยางเบ้หน้าตึง เสียงขรึมเข้มงวด
ตัวตัวตื่นตระหนกน้อย ๆ ยื่นมือออกไป
"แม่ ท่านอย่าโกรธสิ หนูรู้ผิดแล้ว"
องค์หวังผิงหยางจ้องมองใบหน้าตัวตัว เห็นสีหน้ากลัว ๆ กล้า ๆ ที่นานนมไม่เคยปรากฏ ใจก็อ่อนยวบ
แต่แล้วนางก็บังคับตนเองให้แข็งใจ
"เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!"
องค์หวังผิงหยางดึงมือตัวตัวมากุมไว้ ฟาดลงไปเต็มแรงสามที
"แม่ลงมือทุบตีหนู เพราะหนูรู้ดีว่าดอกไม้นี้มีพิษ กลับยังไปเด็ดมัน"
"บิดาสั่งสอนหนูมาหลายครั้งแล้วว่า ผู้รู้หลักธรรมย่อมไม่ยืนอยู่ใต้กำแพงที่กำลังจะถล่ม แต่หนูกลับล่วงละเมิดขึ้นมาซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้เท่าทัน!"
"ครั้งนี้แม่เพียงทุบตีฝ่ามือหนูสามทีเท่านั้น หากยังมีครั้งต่อไป แม่จะลงโทษหนักหน่วงหาสมควรไม่ได้!"
องค์หวังผิงหยางพูดจบ ก็เห็นน้ำตาของตัวตัวไหลรื้นออกจากดวงตากล้อมใหญ่พลันครู่หนึ่ง
หยดแล้วหยดเล่า หยดเม็ดโตดั่งเมล็ดถั่ว ค่อย ๆ กลิ้งลงมา
ไม่มีเสียงร่ำไห้โวยวาย ไม่มีการแย้งแก้ตัวด้วยความอัดอั้น
ตัวตัวเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้หยดน้ำตาเม็ดโตตกลงมาทีละหยด ๆ
องค์หวังผิงหยางคิดว่าการกระทำเมื่อครู่ของตนคงทำให้ตัวตัวตกใจ
นางมองท่าทางเซ่อซ่าของตัวตัว สุดท้ายใจก็อ่อนลง
ดูท่านางคงเหมาะจะเป็นแม่เมตตา
ส่วนบทบาทพ่อที่เข้มงวด ยกให้องค์ชายผิงหยางรับภาระเถอะ
