ตัวตัวกอดองค์หวังผิงหยางเอาไว้ แล้วพึมพำเบา ๆ
“หนูก็เพิ่งมาเกิดเป็นลูกครั้งแรกเหมือนกัน ตรงไหนทำไม่ดี ขอแม่ใจเย็นและให้อภัยด้วยเถิด!”
องค์หวังผิงหยางโอบกอดตัวตัวเอาไว้ ยิ้มจนเปลือกตาโค้งลงเป็นจันทร์เสี้ยว
“ไม่เป็นไร แม่กับหนูเราแม่ลูกต่างก็หัดเรียนรู้ที่จะเป็นได้ดีของกันและกัน คอยติชมกันไปติชมมา”
ตัวตัวเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ
“เอาค่ะ!”
คลื่นลมที่ผ่านมาเรียบสงบลงแล้ว หัวใจของแม่ลูกทั้งสองก็เบียดเสียดชิดกันยิ่งกว่าเดิม
“กู้ ๆ ๆ!”
ในห้องที่เงียบสงัด ดังเสียงร้องอู้อี้เบา ๆ ขึ้นมาพร้อมกัน
องค์หวังผิงหยางก้มมองตัวตัวในอ้อมแขก
ยามนี้เลยเวลามื้ออาหารมานานแล้ว ตัวตัวแน่นอนต้องหิวขึ้นมา
ตัวตัวหน้าแดงซ่านขึ้นทันที “แม่จ๋า หนูหิวแล้ว!”
องค์หวังผิงหยางเบ่งบานเป็นรอยยิ้ม “หิวรึ? งั้นพาหนูไปรับประทานข้าวกัน!”
ครานั้น เหลียนซินกับไป๋เหอที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างนอกก็เคาะประตูแล้วก้าวเข้ามา
“ไป๋เหอ ให้คนจัดเครื่องเสวย”
องค์หวังผิงหยางช่วยปรับเสื้อผ้าให้ตัวตัว เหลียนซินรีบรุดเข้ามาช่วยเหลือ
“เพคะ ช่วงเที่ยงนั้นท่านองค์ชายให้หลิงเฟิงมาบอกว่าท่านจะรับประทานอาหารไปกับท่านอาจารย์หลี บ่าวเลยไม่ได้เรียกท่านตื่น”
ตัวตัวลงจากตัก “แล้วคุณหนูเหรียนก็หรือ?”
เหลียนซินกระชากเสื้อตัวตัวเบา ๆ
“คุณหนูเหรียนอยู่กับท่านอาจารย์หลีด้วยกัน คุณหนูอนุชาไม่ต้องเป็นห่วงย่ะค่ะ”
องค์หวังผิงหยางเดินไปยืนหน้ากระจกทองแดง เมื่อเหลียวมองก็เห็นว่าดวงตาของตนบวมแดงอยู่จริง
