เดินทางกันมาเกือบครึ่งวัน คณะผู้ติดตามก็มาถึงองค์ลงเรือนอย่างที่สุด
องค์หวังผิงหยางแย้มรอยยิ้ม
“พออยู่แต่ในบ้านก็ไม่รู้สึก รี้พร้อมออกไปครั้งหนึ่งก็เห็นได้ชัดว่า เรือนของตนดีกว่ายิ่งนัก”
ตัวตัวยิ้มแป้นอย่างมีความสุข
“แม่ หนูขอไปหาหลวี่โต้วได้ไหมเพคะ”
“หนูอยากให้นางดูของขวัญที่หนูได้รับมา”
องค์หวังผิงหยางรู้ดีถึงสายสัมพันธ์ของตัวตัวกับหลวี่โต้ว
“ได้ แต่อย่าอ้อยอิ่งนานนัก ระวังเสียทีพ่อจะตามหา”
“เพคะ แม่ หนูไปแล้วกลับมาเร็ว ๆ เลย”
ตัวตัวพูดจบก็วิ่งลิ่วออกไปอย่างร่าเริง
องค์หวังผิงหยางส่ายศีรษะเบา ๆ
ถ้ามาดามหลี่เห็นเข้าไหมเท่านั้น คงบ่นอีกเป็นเที่ยว
ออกไปเยี่ยมไร่นาครั้งหนึ่ง มารยาทของตัวตัวก็ถูกโยนหลังหัวเสียหมดสิ้น
องค์หวังผิงหยางคิดว่าลูกสาวยังเยาว์ จึงไม่ประสงค์จะกักกั้นนาง
อีกนัยหนึ่ง อยู่ที่ชนบทเช่นนั้น จะตั้งมารยาทให้ใครดูกันเล่า
บัดนี้เป็นแล้ว ทุกอย่างต้องเริ่มสอนกันใหม่ตั้งแต่ต้น
เมื่อยามนั้น ตัวตัวกำลังร่าเริงวิ่งตรงไปยังห้องครัวใหญ่
นายท่านนายหญิงในเรือนกลับมา ห้องครัวใหญ่จึงพลุกพล่านยิ่งนัก
ใครต่อใครต่างต้มน้ำต้มน้ำ ทำขนมทำขนม อีกส่วนกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารค่ำ
โดยรวมแล้ว ไม่มีใครกล้าพักผ่อน
ตัวตัวเดินเข้าไปแถวหน้าประตู ยืนแหงนเท้าเขี่ยอ้าปากมองเข้าไปข้างใน
แต่นางตัวเล็กนัก นอกจากเตาไฟสูงลิ่วแล้ว มองไม่เห็นสิ่งใดเลย
“ท่านหญิงน้อย มิได้เสด็จมายังที่นี้ทำมิดี”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังตัวตัว
ตัวตัวหันกายไป ปรากฏว่าเป็นครูผู้สอนหลวี่โต้ว ครูหลี่ผู้นั้น
