ตัวตัวมองเห็นปลาและกุ้งในท้องแม่น้ำที่เน่าเหม็นไปแล้ว ใจของนางรู้สึกอึ้งคลึงยิ่งนัก
“เพี๊ยะ เพี๊ยะ!”
ทันใดนั้น เสียงเบา ๆ เพียงเล็กน้อยก็ดึงความสนใจของตัวตัวไว้
ตัวตัววิ่งตามทิศทางที่เสียงดังมา
กลางเม็ดทรายของลำธารที่แห้งเหี่ยวยะเยือก ปลาตัวหนึ่งยังคงดิ้นรนอยู่
ดวงตาของมันขึ้นสีขาวไปแล้ว แต่มันยังคงกระโดดโลดเต้นอย่างไม่ยอมแพ้ พยายามพุ่งตัวไปยังแห่งที่มีน้ำ
ตัวตัวกระโดดลงไปในท้องแม่น้ำ แล้วคว้าปลาขึ้นมา
ปลาอ้าปากต่อตัวตัวไม่หยุดหย่อน ราวกับเอ่ยปากว่า “ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย!”
ตัวตัวตกอยู่ในความลังเลใจ
หลายวันที่ผ่านมา พวกนางใช้น้ำอย่างเรียกน้ำย่อมที่สุด จะหาน้ำส่วนเกินไปช่วยปลาได้อย่างไร
ยิ่งกว่านั้น ช่วยปลาหนึ่งตัวได้ แต่ช่วยปลานับหมื่นนับแสนตัวไม่ได้กระมล!
ตัวตัวนึกขึ้นได้ว่าหลี่จิ้นเคยเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้นางฟัง
บนชายหาด เด็กหญิงน้อยคนหนึ่งค่อย ๆ โยนปลาทีละตัวสองตัวคืนสู่ทะเล
มีคนถามเด็กหญิงว่า ทำเช่นนี้แล้ว มีใครใยดีกับมันบ้างเล่า?
เด็กหญิงเก็บปลาขึ้นมาทีละตัว “ปลาตัวนี้ใยดี! ปลาตัวนี้ก็ใส่ใจเช่นกัน!”
ตัวตัวกัดฟันแน่น แล้วหันกลับไปสั่งการ
“หลวี่โต้ว เจ้าไปเอาถุงน้ำมาให้ข้าเร็ว!”
หลวี่โต้วเห็นปลาในมือของตัวตัวก็รู้สึกยินดียิ่ง
“องค์หญิงน้อย ปลาตัวนี้ยังไม่ตายอีกงั้นรึ?”
“ดีจัง ขอหนูต่อเถอะเพคะ คราวหน้าหนูจะทำปลาเปรี้ยวหวานจานโปรดขององค์หญิงน้อยถวาย!”
หลวี่โต้วพูดพลางยื่นมือออกไปหาตัวตัว
