องค์หวังผิงหยางใจลอยจึงเอื้อมือลูบหัวตัวตัวอย่างเผลอตัว ก่อนพานางเดินเข้าไปในห้อง
พอรับประทานอาหารเสร็จ องค์ชายผิงหยางวางตะเกียบลง
“ไปกันเถอะ พ่อจะพาเจ้าไปพบอาจารย์”
“เพคะ!”
ตัวตัวกระโดดลงจากเก้าอี้
นางเข็นรถล้อขององค์ชายผิงหยาง หันมายิ้มให้องค์หวังผิงหยาง
“แม่ หนูไปเรียนหนังสือก่อนนะแม่ แล้วเดี๋ยวหนูมาอยู่เป็นเพื่อนแม่!”
องค์หวังผิงหยางฝืนยิ้ม โบกมือจากลาตัวตัว
องค์ชายผิงหยางกับตัวตัวมาถึงห้องหนังสือภายนอก เมื่อผลักประตูเปิดออก ตัวตัวจึงเห็นเงาคุ้นตาคนหนึ่ง
“พี่สาวเหรอ?”
ตัวตัวดีใจจนกระโดดขึ้นมา
นางปล่อยรถล้อ เดินวิ่งตรงเข้าไปหาอิ่งหนียง
อิ่งหนียงก็วิ่งเข้ามาหาเช่นกัน หญิงน้อยสองคนยืนตรงหน้ากัน จับมือกันและกัน ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
หลี่จิ้นประสานมือโค้งคำนับองค์ชายผิงหยาง
“ข้าน้อยหลี่จิ้นกราบทูลเชิญองค์ชาย”
องค์ชายผิงหยางเหยียดมือออก “ไม่ต้องพิธีการ”
หลี่จิ้นยืนตรงขึ้น แล้วแต่งตัวไม่ให้เห็นชัดระแวงสายตามองดูองค์ชายผิงหยาง
องค์ชายผิงหยางก็มองหลี่จิ้นเช่นกัน
ทั้งสองต่างจ้องมองกันและกัน ต่างมองเห็นแววสืบสวนในดวงตาของอีกฝ่าย
หลี่จิ้นเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาก่อน หันไปมองตัวตัวที่กำลังยิ้มทักทายอิ่งหนียง
“ข้าน้อยกราบทูลฝ่าบาท อิ่งหนียง เจ้ายังไม่ไปคำนับทูลขอฝ่าบาทหรือ?”
ตัวตัวจับมืออิ่งหนียงไว้ไม่ยอมให้ทำความคารวะ นางก้มหน้ามองหลี่จิ้นอย่างแปลกใจ
“ขอถามหน่อย ท่านคือครูของหนูใช่ไหม?”
องค์ชายผิงหยางไอเบา ๆ
“ตัวตัว มานี่ เจ้ามาคารวะครูของเจ้า”
ตัวตัววางมืออิ่งหนียงอย่างเชื่อฟัง แล้วเดินไปยืนข้างองค์ชายผิงหยาง
