หลี่จิ้นยิ้มเหยเก
“งั้นท่านองค์หญิงจงเอาชนะข้าพระองค์ให้ได้ก่อนเพคะ”
ตัวตัวถูกกระตุ้นความมุทะลุขึ้นมาเต็มเปี่ยม จึงเริ่มท่องบทพริบตาเดียว
นางท่องจบหนึ่งบท หลี่จิ้นก็ท่องต่อเป็นหนึ่งบท
เยิงหนีงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้แต่ถอนหายใจยาว
เมื่อเป็นสหายร่วมอ่านหนังสือแล้ว ก็ช่างเป็นตำแหน่งที่ว่างเปล่าเสียจริง
องค์หญิงน้อยเก่งเพียงนี้ จะมีหนทางไหนที่ต้องพึ่งนางช่วยอ่านอีกเล่า
ทั้งสามเดินเล่นรอบสวน ครั้นเวลาหนึ่งตะเกียงผ่านไป ก็ยาตรกลับมายังหน้าหอหนังสือ
“องค์หญิง ต่อจากนี้คือยามฝึกวิชาฝีมือเพคะ”
“ขอท่านองค์หญิงสาธิตสิ่งที่ได้เรียนมาแล้วให้ข้าพระองค์เห็นด้วยเพคะ”
ตัวตัวพยักหน้า
นางเดินไปยังพื้นที่โล่ง ยืดเส้นยืดสายเสียก่อน
แล้วจึงวิ่งรอบสวนไปสองสามรอบ
จากนั้นค่อยลงท่าม้าทนไปหนึ่งช่วง สาธิตสิ่งที่หลิงเฟิงสอนไว้จนครบทุกตอน
“พื้นฐานแน่นดี วันนี้ข้าพระองค์จะสอนท่าตีมวยหนึ่งชุดแก่ท่าน”
ตัวตัวแทบกระโดดโลดเต้นด้วยความสนใจเมื่อได้ยินดังนั้น
เพราะหลิงเฟิงให้นางวิ่ง ลงท่าม้า และฝึกแบกน้ำหนักทุกวัน มันช่างน่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน
“ท่าตีมวยชุดนี้เน้นที่พลังแฝงจากความชาญฉลาด”
“เมื่อท่านเชี่ยวชาญแล้ว จะได้ใช้ประลองกับเยิงหนีงได้”
“ต่อไปข้าพระองค์จะแสดงท่าทั้งชุดให้ดูหนึ่งรอบ ขอให้องค์หญิงจับตามองให้ดีเพคะ”
หลี่จิ้นชักชายเสื้อขึ้นมาแล้วแทรกไว้ที่เอว
จากนั้นยืนนิ่ง ณ ที่เดิม สูดลมหายใจลึก ๆ ไม่กี่ครั้ง
หลี่จิ้นย่อตัวลง ชูสองมือขึ้นช้า ๆ ฝ่ามือซ้ายฟาดออกทางซ้าย
