ตัวตัวไม่พูดก็ยังไม่เป็นไร พอพูดแล้ว ลวี่ลวอกลับกดความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่อยู่
เมื่อหลวี่โต้วส่งห่อผ้าที่มีน้ำหนักเล็กน้อยให้แก่นาง
ลวี่ลวอเผลอมองตามไปสองสามครั้ง
“ห้ามแอบดูนะ สิ่งนี้สำคัญยิ่งกับจอหญิง เกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของจอหญิงโดยตรง”
หลวี่โต้วเตือนลวี่ลวออย่างเอาจริงจัง
ลวี่ลวอได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนไม่กล้าสงสัยอีก
ตัวตัวกับลวี่ลวอวิ่งไปที่แปลงดอกไม้ เด็ดดอกโยวจีหงแดงสดงามไว้เป็นจำนวนมาก จึงพากันกลับไปยังตำหนักขององค์หวังผิงหยาง
“คุณหนู! คุณหนู! หนูกลับมาแล้วนะคะ!”
“คุณหนู หนูหาของดี ๆ มาฝากคะ!”
รอยเท้ายังไม่ทันก้าวเข้าตำหนัก ตัวตัวก็ร้องเรียกอย่างร้อนใจแล้ว
ภายในห้อง องค์หวังผิงหยางกำลังพูดคุยกับเหลียนซินอยู่
“เจ้าไปบอกคนของตระกูลหนีให้หาข้ออ้างตอนบ่ายไปขอลางานครึ่งวันจากพ่อบ้าน บอกว่าพรุ่งนี้จึงจะกลับมา”
“เพคะ บ่าวจะไปทันที”
“คนที่เจ้าหาให้ข้า หาได้แล้วหรือยัง?”
“ได้แล้วเพคะ บ่าวจัดการเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว”
“ทุกคนต้องเก่งงานนะ อย่าให้เกิดความผิดพลาด คราวนี้หากล้มเหลว ก็แทบจะไม่มีโอกาสครั้งต่อไปอีกแล้ว!”
“ฮูหยินวางใจเถิด บ่าวเลือกมาเป็นแม่หนีชราตัวโตแขนยาว ผู้ชำนาญงานหนักทั้งนั้น”
องค์หวังผิงหยางพยักหน้ารับ
ขณะนั้นเอง นางก็ได้ยินเสียงของตัวตัวแว่วมาจากภายนอก
“เด็กนี่นัก ยังไม่ทันก้าวเข้าประตู เสียงก็ดังมาให้ได้ยินแล้ว”
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าองค์หวังผิงหยาง
“จอหญิงน่ารักแจ่มใสเช่นนี้ ก็เพราะฮูหยินเลี้ยงดูมาดี” เหลียนซินเอ่ยคำหวานเพื่อเจริญใจด้วยรอยยิ้ม
