รุ่งเช้าวันรุ่งขึ้น ตัวตัวฝึกวิชาเสร็จ กินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วจึงตามองค์หวังผิงหยางขึ้นรถม้า
พอขึ้นรถม้า ตัวตัวก็ตื่นเต้นยิ่งนัก
นางแอบชักม่านหน้าต่างรถออกเป็นระยะ ๆ แล้วเงยหน้ามองออกไปข้างนอก
องค์หวังผิงหยางมิได้ขวางกั้น พียงแต่เบิกบานพระพักตร์เสมองดูนาง
ส่วนองค์ชายผิงหยางทรงเงื้อหนังสือราชกิจที่ต้องตรวจการอยู่ด้านข้าง
เพลินตาไปแค่ไหนไม่รู้ รถม้าก็เสด็จออกนอกประตูเมือง มุ่งหน้าสู่ชนบท
"มารดา ตรงนั้นมีดอกไม้สวยจัง!"
ตัวตัวชี้ไปยังนอกหน้าต่าง ให้องค์หวังผิงหยางเหลียวดู
"โษ! เหลียวดูเถิด" องค์หวังผิงหยางทำสายตาส่อสัญญาณให้เงียบ มิให้รบกวนองค์ชายผิงหยาง
ตัวตัวแลบลิ้นปลิ้น
นางลดเสียงลงต่ำ เอนปากไปใกล้หูขององค์หวังผิงหยาง
"มารดา ว่าแต่ว่า กระดาษกวางของหนูทำนั้น มารดาเอ็งเอามาแล้วหรือยังเจ้าคะ?"
องค์หวังผิงหยางพยักพระเพลา แล้วตอบกลับด้วยเสียงเบาหวิว "วางใจเถิด เอามาแล้ว"
ตัวตัวตื่นเต้นสุดหัวใจ "ถึงตอนนั้น มารดาเอ็งต้องสอนหนูปล่อยกระดาษกวางนะเจ้าคะ"
"ได้"
แม่ลูกสองแม่นกระซิบกระซับบอกต่อกันเรื่องเก็บส่วนบุญ
องค์ชายผิงหยางตรวจราชกิจในพระหัตถ์เสร็จ พอเงยพระพักตร์ขึ้นก็เห็นแม่ลูกสองเอนศีรษะพิงกันเข้าหากัน
ทั้งสองมองทัศนียภาพออกนอกราวต่างเป็นระยะ แล้วกระซิบกระซาบกันสองสามคำ
"พวกเจอคุยอะไรกันเช่นนั้นเบิกบานนัก เล่าให้เปิ่นหวังฟังบ้าง จะได้ร่วมยินดีด้วย"
องค์หวังผิงหยางเหลียวกลับมา
"องค์ชายทรงสำเร็จราชกิจแล้วหรือเพคะ หม่อมฉันกับตัวตัวมิได้รบกวนพระองค์ใช่หรือไม่?"
ตัวตัวยิ้มหวาน
