“อ๊าก!”
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นจากกระดูกนิ้วที่แตกหักพุ่งตรงขึ้นสมอง
เหงื่อเย็นไหลท่วมใบหน้ามีแผลเป็นของชายคนนั้น สีหน้าบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ได้
เขาไม่เคยคิดเลยว่า คุณหนูวัย 18 ปีที่ดูเหมือนได้รับการเลี้ยงดูอย่างสุขสบาย จะเหยียบกระดูกเขาจนแหลกโดยไม่กะพริบตาสักนิด
นี่ไม่ใช่ฝีมือที่ครอบครัวธรรมดาจะอบรมเลี้ยงดูมาได้เลย นี่มันยมทูตชัด ๆ!
“ความอดทนของฉันมีจำกัด” อวี๋หว่านโจวออกแรงกดปลายเท้าเล็กน้อย
“ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่องกล่องอะไรนั่น!”
ชายแผลเป็นสูดปากด้วยความเจ็บปวด กัดฟันแน่น “รับเงินเขามา ก็ต้องช่วยเขาจัดการ... ถ้าเธอกล้าแตะต้องพวกเรา นายท่านคนนั้นไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
“หลี่ตงหลินหรือ?” อวี๋หว่านโจวเอ่ยเสียงเรียบ ราวกับกำลังบอกข้อเท็จจริง
คำพูดที่หยางจิ่งอันพูดกับโจวเฒ่าก่อนจากไป เขาคิดว่าเสียงเบาแล้ว แต่ทุกคำกลับเข้าหูอวี๋หว่านโจวหมด
รูม่านตาของชายแผลเป็นหดวูบ
“ดูท่าจะใช่สินะ”
อวี๋หว่านโจวมองปฏิกิริยาของเขา แล้วปะติดปะต่อเรื่องราวได้
เธอล้วงห่อกระดาษสีน้ำตาลใบเล็กออกจากกระเป๋า สะบัดเปิดด้วยมือข้างเดียว ข้างในมีผงสีม่วงอ่อนอยู่หยิบหนึ่ง
“ในเมื่อไม่อยากพูดดี ๆ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้าย”
ปลายนิ้วดีดเบา ๆ ผงเล็กน้อยก็ร่วงลงไปในปากที่อ้าค้างอยู่ครึ่งหนึ่งของชายแผลเป็นอย่างแม่นยำ
“แค่ก ๆ... เธอให้ฉันกินอะไร?” ชายแผลเป็นหวาดกลัวจนพยายามล้วงคอ
“ผงคลั่งเทพ”
อวี๋หว่านโจวถอนเท้ากลับ ถอยไปครึ่งก้าว “ออกฤทธิ์ใน 3 วินาที สาม สอง หนึ่ง...”
