ทุกหนแห่งเงียบงันไปหมด
ทุกคนกำลังครุ่นคิดและหวาดผวากับทุกสิ่งที่ยังไม่รู้
ในขณะเดียวกัน ที่เมืองหลวงของประเทศหลงกั๋ว บรรดาผู้บริหารระดับสูงกำลังประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเรื่องจอขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันและเกมเอาชีวิตรอด เนื่องจากเป็นการประชุมฉุกเฉิน จึงมีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก ส่วนคนอื่น ๆ เข้าร่วมประชุมทางออนไลน์ โดยต้องรับรองว่าผู้ที่ควรเข้าประชุมจะเข้าร่วมครบทุกคน
เอกสารบนโต๊ะประชุมมีเพียงข้อความไม่กี่ประโยคที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเมื่อครู่ กับภาพจอขนาดใหญ่บนท้องฟ้า ทุกคนที่อยู่ในห้องมีสีหน้าเคร่งเครียดและหนักใจ
ผู้นำคนหนึ่งเอ่ยถามว่า “ตอนนี้ยืนยันได้หรือยังว่าเกมเอาชีวิตรอดเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แผนร้ายของประเทศอื่น?”
แม้ทุกคนจะเข้าใจดีว่า เมื่อมานั่งอยู่ข้างโต๊ะประชุมกันแล้ว ก็แทบจะยืนยันได้ว่าเกมเอาชีวิตรอดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ผู้นำลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามคำถามนี้ออกมาในที่สุด
สิ้นเสียงถาม ภาพถ่ายและข้อมูลของหน้าจอนับถอยหลังจากประเทศต่าง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนจอขนาดใหญ่ตรงหน้าโต๊ะประชุม
“ตอนนี้ทุกประเทศบนโลกมีหน้าจอนับถอยหลังของเกมเอาชีวิตรอดปรากฏขึ้น และชาวโลกทุกคนก็ได้ยินประกาศจากเกมเอาชีวิตรอดแล้วครับ” ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบทหารยืนรายงาน “เราได้ตรวจสอบพื้นที่รอบจอขนาดใหญ่ทั้ง 6,581 แห่งในประเทศหลงกั๋วแล้ว ไม่พบอุปกรณ์ฉายภาพใด ๆ อีกทั้งหน้าจอเหล่านี้ยังครอบคลุมทั่วถึงประชาชนทุกคน ต่อให้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขอแค่มีคนอาศัยอยู่และเงยหน้าขึ้น ก็จะเห็นหน้าจอนับถอยหลังได้ครับ”
“นอกจากนี้ สำนักความมั่นคงทางไซเบอร์ตรวจสอบแล้ว ไม่พบร่องรอยว่าอุปกรณ์อัจฉริยะของใครถูกไวรัสโจมตี หน้าจอนับถอยหลังปรากฏขึ้นมาราวกับเกิดขึ้นเองครับ”
ผู้บริหารหมายเลขหนึ่งขมวดคิ้วแน่น “สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการปลอบขวัญประชาชน และรีบยืนยันให้ได้ว่าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 10 คนเป็นใครบ้าง อีกเรื่อง ตั้งหน่วยฉุกเฉินขึ้นทันที ให้ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเกมเอาชีวิตรอด และเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนทุกคนทราบ”
ผู้บริหารหมายเลขห้าก้มมองกระดาษแผ่นบาง ๆ ในมืออย่างละเอียด ก่อนยิ้มขื่น “ตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดมีแค่กระดาษแผ่นนี้แผ่นเดียว จะวิเคราะห์อะไรออกมาได้บ้างล่ะ...”
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่คำสั่งต่าง ๆ ก็ถูกส่งออกจากห้องประชุมนี้อย่างรวดเร็วที่สุด
สถานีวิทยุทุกแห่งถูกใช้ประกาศข่าวที่เกี่ยวข้องกับเกมเอาชีวิตรอดซ้ำไปซ้ำมา จากตอนแรกที่มีเพียงสองสามข้อ เพิ่มขึ้นเป็นกว่าร้อยห้าสิบข้อในภายหลัง
เวลาเพียงสองชั่วโมงจะทำอะไรได้บ้าง?
ขณะที่ประเทศอื่น ๆ กำลังสับสน บ้างก็โห่ร้องยินดี บ้างก็หวาดกลัว ประเทศหลงกั๋วกลับเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และเผยแพร่ออกไปผ่านช่องทางต่าง ๆ
โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ แสดงได้แค่หน้าจอนับถอยหลัง แต่ยังมีวิทยุกับวิทยุสื่อสาร...
ท้ายที่สุด หน่วยฉุกเฉินของประเทศหลงกั๋วก็จัดทำบทประกาศฉบับสมบูรณ์ได้
【โปรดฟังทางนี้ โปรดฟังทางนี้ ประชาชนชาวหลงกั๋วที่รัก อนาคตยังเป็นสิ่งไม่แน่นอน เกมเอาชีวิตรอดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ขอให้ประชาชนทุกคนโปรดทราบ หากท่านเป็นผู้เข้าแข่งขัน โปรดติดต่อสถานีตำรวจ หน่วยงานรัฐบาลประชาชน หรือหน่วยงานทางการที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที】
【ขอให้ประชาชนทุกคนโปรดทราบ โปรดรีบไปยังเต็นท์ฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดเพื่อรับเสบียงและข้อมูลการเอาชีวิตรอด หากมีคนต่อแถวยาวเกินไป โปรดอย่าไปต่อแถว ให้นำสิ่งของที่จำเป็นติดตัวไปด้วย พร้อมสวมเสื้อผ้าอย่างเสื้อแขนสั้นหรือเสื้อขนเป็ด เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนในเกม และรอให้การนับถอยหลังสิ้นสุดลง】
【ขอให้ทุกคนโปรดจดจำข้อมูลต่อไปนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะมาถึง】
【หนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันโปรดอ่านกฎที่เกมเอาชีวิตรอดประกาศอย่างละเอียด และต้องจดจำให้ขึ้นใจ】
【สอง หลังเข้าเกมแล้ว ผู้เข้าแข่งขันโปรดรีบหาที่พัก แหล่งน้ำ และอาหาร เมื่อรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ต้องตั้งสติให้ดี และเผชิญความท้าทายที่กำลังจะมาถึงด้วยความรอบคอบ】
......
【สุดท้ายนี้ หากท่านได้รับเลือกให้เป็นผู้เข้าแข่งขัน โปรดจำไว้เสมอว่า ประเทศหลงกั๋วอยู่เบื้องหลังท่าน ประชาชนชาวหลงกั๋วจะสนับสนุนท่านตลอดไป!】
เสียงประกาศดังก้องไปทั่วเขตแดนของประเทศหลงกั๋วซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้เข้าแข่งขันของประเทศ จึงทำได้เพียงรีบเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อเข้าเกมเอาชีวิตรอด
ภายในสถานีตำรวจเขตอี เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับงาน นอกจากต้องปลอบขวัญประชาชนและแจกจ่ายเสบียงเอาชีวิตรอดส่วนหนึ่งแล้ว ยังต้องเตรียมเสบียงให้ตัวเองด้วย
หลงหยวนหยวนนั่งเรียบร้อยอยู่บนเก้าอี้ มองทุกคนเดินไปเดินมา บางครั้งก็ช่วยส่งของให้บ้าง
เธอได้ยินประกาศว่าเกมเอาชีวิตรอดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วเหมือนกัน สมองน้อย ๆ พยายามคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลือกนั่งกินอมยิ้มอย่างว่าง่าย
เกมเอาชีวิตรอดเหรอ?
นั่นคืออะไรน่ะ?
หลงหยวนหยวนคิดว่าสู้กินอมยิ้มหวาน ๆ ไม่ได้หรอก
ขณะที่หลงหยวนหยวนอมอมยิ้ม แล้วยื่นน้ำให้จ้าวจั๋วอย่างว่าง่าย จ้าวจั๋วก็สะดุ้งขึ้นมาอย่างแรง ก่อนพึมพำเสียงเบาว่า “ประชาชนทุกคน... หยวนหยวนยังเด็กขนาดนี้ คงไม่ถูกเลือกให้เป็นผู้เข้าแข่งขันหรอกมั้ง?”
ยิ่งคิดจ้าวจั๋วก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาตะโกนเสียงดังว่า “เอาเสบียงเอาชีวิตรอดมาให้อีกชุด! เร็วเข้า ๆ! เสบียงเอาชีวิตรอด!”
ตำรวจทุกคนหันไปมองจ้าวจั๋ว
จ้าวจั๋วตบต้นขาตัวเอง พลางตะโกนรัวเร็วว่า “พวกเราลืมหยวนหยวนไปแล้ว! หยวนหยวนก็เป็นประชาชนของประเทศหลงกั๋วเหมือนกัน!”
“ให้ตายสิ!”
ทุกคนหันไปมองหลงหยวนหยวนพร้อมกัน พอเห็นว่าเธอสวมแค่เอี๊ยมกางเกงกับเสื้อแขนสั้นเรียบ ๆ ก็รีบวิ่งไปหยิบเสบียงกันทันที
พวกเขาจำเพื่อนร่วมงานทุกคนได้หมด แต่กลับเผลอลืมเด็กตัวน้อยที่เพิ่งมาถึงวันนี้ไปเสียสนิท
มือใหญ่คู่หนึ่งรีบอุ้มหลงหยวนหยวนขึ้นไปบนโต๊ะ แล้วคล้องเสบียงฉุกเฉินสารพัดอย่างไว้บนตัวเธอ แถมยังอธิบายวิธีใช้เสบียงฉุกเฉินให้อย่างใส่ใจและรวดเร็วอีกด้วย
“ทำยังไงดี? ไม่มีเสื้อขนเป็ดไซซ์ของหยวนหยวนเลย มีแต่ไซซ์ผู้ใหญ่ แถมยังเป็นไซซ์แอลอีก” กู้เถียนเถียนค้นหาทั่วสถานีตำรวจแล้วก็ยังไม่เจอเสื้อขนเป็ดสำหรับเด็ก จึงได้แต่เอาเสื้อของผู้ใหญ่มาแทน
หลี่เจี้ยนจวินรับเสื้อขนเป็ดมาคลุมตัวหลงหยวนหยวนทันที “เกมเอาชีวิตรอดคงไม่โหดร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง! หยวนหยวนเพิ่งอายุประมาณ 3 ขวบเอง ไม่น่าถูกเลือกหรอก แต่เราก็ควรเตรียมทุกอย่างให้พร้อมไว้ก่อน เผื่อมีอะไรผิดพลาด”
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างคิดว่าหลงหยวนหยวนไม่มีทางถูกเลือกแน่นอน เพราะถ้าเลือกเด็กตัวเล็ก ๆ ไปแล้วจะทำอะไรได้? คงได้แต่รอความตายเท่านั้น
ตอนนี้เสื้อขนเป็ดสีดำตัวใหญ่แทบจะคลุมหลงหยวนหยวนมิด มองไม่เห็นเท้าเลย แถมชายเสื้อยังลากยาวไปบนโต๊ะอีกตั้งเยอะ
เดิมทีเสบียงสารพัดอย่างที่ห้อยอยู่บนตัวก็ทำให้หลงหยวนหยวนสั่นไปทั้งตัวจนแทบยืนไม่ไหวแล้ว พอเอาเสื้อขนเป็ดตัวใหญ่มาคลุมเพิ่ม ร่างของเธอก็เอนหงายไปด้านหลังอย่างควบคุมไม่ได้ทันที
ตุบ—
หลงหยวนหยวนหงายลงไปนอนบนโต๊ะ เสื้อขนเป็ดคลุมตัวเธอจนมิด
รอบข้างเงียบไปชั่วครู่ ก่อนทุกคนจะอดหัวเราะลั่นออกมาไม่ได้ ความสนุกชั่วขณะนี้ช่วยคลายความกังวลในใจของทุกคนลง
