หลงหยวนหยวนดิ้นขลุกขลักอยู่ในกองเสื้อผ้าไม่หยุด สุดท้ายจ้าวจั๋วก็เป็นคนช่วยดึงเธอออกมา
เธอเบะปาก เห็นได้ชัดว่าได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเมื่อครู่ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ดูน่าสงสารไม่น้อย
หลงหยวนหยวนฟ้องด้วยเสียงเล็กนุ่มน่ารักว่า “หัวเราะหนู!”
คำพูดนั้นกลับไปจี้จุดขำของจ้าวจั๋วกับคนอื่น ๆ เข้าอย่างจัง พวกเขาจึงหัวเราะลั่นขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาหัวเราะไปพลางจัดเสบียงที่อยู่บนตัวหลงหยวนหยวนให้เรียบร้อย แล้วกำชับเธออีกสองสามคำ
ในบรรดาประชากร 800 ล้านคน จะมีเพียง 10 คนที่ถูกเลือก จ้าวจั๋วกับคนอื่น ๆ ต่างไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นหนึ่งในนั้น ตอนนี้โทรศัพท์ทุกเครื่องหยุดอยู่ที่หน้าจอนับถอยหลัง ยิ่งพวกเขาต่างก็มีภารกิจของตัวเอง เวลาสั้น ๆ แค่ 2 ชั่วโมงจึงไม่พอให้กลับบ้าน ทำได้เพียงเก็บความกังวลที่ซ่อนอยู่ไว้ในใจ
กู้เถียนเถียนถามว่า “เหลืออีกกี่นาที?”
“2 นาที” สีหน้าจ้าวจั๋วเต็มไปด้วยความกังวล ระบบเกมไม่เคยพูดถึงเกณฑ์คัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเลย บอกแค่ว่าจะเลือก 10 คน แล้วก็หายไปดื้อ ๆ
เขายิ้มพลางพูดว่า “ถ้าฉันถูกเลือกขึ้นมาจริง ๆ ฝากพวกนายช่วยดูแลพี่สะใภ้ด้วยนะ...”
ทันทีที่สิ้นเสียง ห้องทำงานก็เงียบสนิท
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากดูแลครอบครัวของจ้าวจั๋ว แต่พวกเขาตระหนักอีกครั้งว่า หากถูกเลือกให้เข้าเกมจริง ๆ ก็คงไม่มีทางกลับมาได้อีก
ในดวงตากู้เถียนเถียนมีแววหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังปลอบว่า “คิดอะไรเพ้อเจ้ออยู่ ประชากรพันล้านคนเลือกแค่ 10 คน นายคิดว่าตัวเองจะถูกเลือกหรือไง?”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีดังขึ้น จ้าวจั๋วตบหัวตัวเองเบา ๆ “พวกเราคงไม่มีใครถูกเลือกหรอก”
แม้เกมจะเป็นโอกาสในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่มีมากกว่าคือความไม่แน่นอน ไม่มีใครอยากทิ้งครอบครัวที่คุ้นเคยไว้ข้างหลัง แล้วมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จักและเต็มไปด้วยอันตราย
ขณะเดียวกัน ณ ห้องประชุมสูงสุดใจกลางเมืองหลวง
ผู้นำหมายเลขหนึ่งยืนนิ่งอยู่หน้าแผนที่ประเทศหลงกั๋ว “เกมเอาชีวิตรอดเป็นมิตรหรือศัตรู หรือเป็นแค่โปรแกรมที่ทำตามคำสั่งอย่างตายตัว เรายังต้องจับตาดูต่อไป”
“จากข้อมูลที่มีตอนนี้...” ผู้นำหมายเลขห้าศึกษาเอกสารในมือและข้อมูลที่หน่วยงานฉุกเฉินวิเคราะห์อย่างละเอียด สีหน้าเคร่งเครียด “เกมเอาชีวิตรอดมีแนวโน้มเป็นฝ่ายศัตรู คำพูดของมันฟังดูเป็นกลางก็จริง แต่ในความเป็นจริงกลับเน้นย้ำแต่เรื่องบทลงโทษ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยพูดถึงรางวัลเลย”
“อีกอย่าง มันย้ำถึงสองครั้งว่าเกมมีสิทธิ์ชี้แจงทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียว หมายความว่าพวกเราเป็นแค่ผู้เข้าแข่งขัน ไม่มีสิทธิ์กำหนดกฎแม้แต่น้อย ต่อให้มันเปลี่ยนกฎกะทันหัน พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้”
ห้องประชุมเงียบกริบ
เลขานุการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เตือนขึ้นอย่างเหมาะเจาะว่า “ท่านครับ เหลือเวลาอีกแค่ 1 นาทีครึ่งก่อนเกมเริ่ม”
ผู้นำหมายเลขหนึ่งพยักหน้า “ให้หน่วยงานฉุกเฉินเตรียมพร้อม รีบรวบรวมข้อมูลผู้เข้าแข่งขันให้เร็วที่สุด พอเริ่มถ่ายทอดสดแล้วให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด แล้วเตรียมเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตทันที ให้ประชาชนทุกคนได้เรียนรู้”
“รับทราบ”
จอขนาดใหญ่แสดงเวลานับถอยหลังทั่วโลกเข้าสู่นาทีสุดท้าย ตัวเลขบนจอทุกจอไม่มีความคลาดเคลื่อนและตรงกันทุกประการ โดยไม่คำนึงถึงความต่างของเขตเวลา
【สิบ เก้า แปด...】
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะจ้องหน้าจอ แล้วนับถอยหลังตามในใจเงียบ ๆ
โลกกำลังเผชิญหน้ากับเกมเอาชีวิตรอดที่ไม่รู้จัก
ทุกคนต่างภาวนาเงียบ ๆ ในใจ ขอให้มันเป็นโอกาส ไม่ใช่วิกฤต
【สาม】
【สอง】
【หนึ่ง】
【เกมเริ่มต้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันเข้าประจำตำแหน่งเรียบร้อย การถ่ายทอดสดจะเริ่มในอีก 3 นาที】
หลังเสียงเครื่องจักรประหลาดดังขึ้น ทุกคนต่างมองไปรอบตัวโดยไม่ได้นัดหมาย เพื่อดูว่ามีใครหายไปหรือไม่ เมื่อพบว่าครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง หรือแม้แต่คนแปลกหน้ายังอยู่ครบ พวกเขาก็อดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาแห่งความโล่งใจไม่ได้
สถานีตำรวจเขตอีย์ก็เป็นเช่นเดียวกัน จ้าวจั๋วกับคนอื่น ๆ ยืนยันแล้วว่าคนรอบตัวไม่มีใครหายไป
ผู้กำกับมีสีหน้าเคร่งขรึม ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจเขตอีย์มาครบ ไม่มีผู้เข้าแข่งขัน”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะโห่ร้องดีใจพร้อมกัน
ดวงตากู้เถียนเถียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความโล่งใจ “ต่อจากนี้เรื่องเดียวที่ยังจัดการไม่เสร็จก็คือหาครอบครัวให้หยวนหยวน! พอหยวนหยวนเจอครอบครัวแล้วก็จะ...”
พูดไปพูดมา เธอเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าพลันตื่นตระหนกแล้วถามว่า “หยวนหยวนล่ะ? หยวนหยวนอยู่ไหน!”
เสียงโห่ร้องดีใจหยุดลงทันที
ทุกคนมองไปที่โต๊ะประชุม ก่อนจะก้มลงค้นหาเงาของหยวนหยวนใต้โต๊ะ
พวกเขาค้นทั้งหลังประตู ริมหน้าต่าง แม้แต่ในตู้ใบเล็กก็หาแล้ว แต่ก็ยังไม่พบหลงหยวนหยวน
มือจ้าวจั๋วสั่นเทา “ฉันจำได้ชัดเจน ก่อนนับถอยหลังสิ้นสุด ฉันอุ้มหยวนหยวนวางไว้บนโต๊ะ เธอจะหายไปไม่ได้”
แต่...
พวกเขากลับหาหลงหยวนหยวนไม่พบ
สีหน้าผู้กำกับเปลี่ยนไปทันที เขารีบติดต่อหน่วยงานฉุกเฉิน “สวัสดีครับ สถานีตำรวจเขตอีย์ในเมืองหลวงอาจมีผู้เข้าแข่งขันปรากฏตัวครับ”
เจ้าหน้าที่รับสายถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยคนในสถานีตำรวจก็ผ่านการฝึกเฉพาะทางมา โอกาสรอดชีวิตย่อมสูงขึ้นบ้าง
เขาถามด้วยน้ำเสียงรวดเร็วและเป็นทางการว่า “ชื่อ เพศ อายุ อาชีพ และเลขบัตรประจำตัวประชาชนครับ แล้วส่งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องไปยังอีเมลทางการทันที”
ผู้กำกับมองไปทางหลี่เจี้ยนจวิน เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างหนักใจ ก็เข้าใจทันทีว่าค้นทั่วทั้งสถานีตำรวจแล้วยังไม่พบหลงหยวนหยวน จึงได้แต่พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “หลงหยวนหยวน เพศหญิง อายุประมาณ 3 ขวบ ยังไม่ทราบว่าเป็นลูกใคร...”
“อะไรนะ?” เจ้าหน้าที่รับสายลุกพรวดขึ้นยืน สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาสงสัยว่าตัวเองฟังผิดไป จึงถามว่า “ช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหมครับ?”
ผู้รับผิดชอบของหน่วยงานฉุกเฉินสังเกตเห็นความผิดปกติของเจ้าหน้าที่รับสาย จึงรีบเดินเข้ามาส่งสายตาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เจ้าหน้าที่รับสายสูดหายใจลึก ๆ เปิดเสียงสนทนาออกลำโพง แล้วถามซ้ำว่า “ช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหมครับ?”
ผู้กำกับสถานีตำรวจตอบว่า “ผู้เข้าแข่งขันชื่อหลงหยวนหยวน เพศหญิง อายุประมาณ 3 ขวบ ไม่มีอาชีพ ตอนนี้กำลังตามหาครอบครัวของเธอครับ”
หน่วยงานฉุกเฉินเงียบงัน ทุกคนมีสีหน้าเหลือเชื่อ
ผู้รับผิดชอบคว้าไมโครโฟนไปถามว่า “คุณแน่ใจหรือครับ?”
ผู้กำกับตอบว่า “พวกเราค้นหาทั่วสถานีตำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังไม่พบหลงหยวนหยวนครับ”
“เข้าใจแล้ว พวกเราจะรายงานขึ้นไปทันที...”
เจ้าหน้าที่รับสายรีบรวบรวมข้อมูลทั้งหมด แล้วส่งให้ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน บรรดาผู้นำในห้องประชุมสูงสุดต่างเหลือบมองไปทางประตูเป็นระยะ ทุกครั้งที่มีคนผลักประตูเข้ามา ก็หมายความว่ามีข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันอีกคนปรากฏขึ้นแล้ว
เสียงฝีเท้าดังตึกตัก ชายร่างสูงใหญ่ในชุดทหารคนหนึ่งเดินเข้ามา
เขาแจกเอกสารในมือให้บรรดาผู้นำ ก่อนแนะนำด้วยความรวดเร็วว่า “ผู้เข้าแข่งขันคนที่แปดปรากฏตัวแล้ว ชื่อหลงหยวนหยวน เพศหญิง อายุประมาณ 3 ขวบ ข้อมูลมาจากสถานีตำรวจเขตอีย์ โอกาสที่หลงหยวนหยวนจะเป็นผู้เข้าแข่งขันอยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์”
