“ไปช่วยลุงหวงติดกลอนประตูเถอะ!”
เสี่ยวอวี๋พยักหน้า
ดีเลย แบบนี้เขาก็ไม่ต้องหาเหตุผลปลีกตัวแล้ว
เมื่อครู่เขายังสงสัยอยู่เลยว่า ทำไมพอผู้บังคับกองพันได้ยินว่าคุณปู่เจียงกับสหายเจียงหว่านซิงไปตรวจอาการที่บ้านคนขายเนื้อหวง ก็ให้เขาเข็นรถพามาส่งกลอนประตูที่บ้านคนขายเนื้อหวงทันที
จะส่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ส่ง จะส่งทีหลังก็ไม่ส่ง ดันมาเลือกเวลานี้พอดี
นี่ไม่ใช่จงใจหาโอกาสบังเอิญเจอสหายเจียงหว่านซิงหรอกหรือ?
ผู้บังคับกองพันจีบสาวนี่มีชั้นเชิงจริง ๆ
เขาต้องเรียนรู้จากผู้บังคับกองพันให้มากหน่อย ต่อไปจะได้รู้ว่าจีบสาวยังไง
ในลานบ้านเหลือเพียงเผยจิ้งซงกับเจียงหว่านซิง
“พี่เผย เขียนพู่กันจีนเป็นด้วยเหรอคะ?”
เจียงหว่านซิงเคยอ่านนิยายต้นฉบับ จึงรู้ว่าพระเอกเขียนพู่กันจีนได้งดงามมาก
ลายมือของเขามีเอกลักษณ์องอาจ เส้นหนักแน่นคมกริบ
ถึงขั้นมีคนยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อขอให้เขาเขียนอักษรให้หลายแผ่น
เจียงหว่านซิงรู้อยู่แล้ว แต่แกล้งถามเพียงเพื่อหาเรื่องคุยเล่น
ความรักก็ต้องเริ่มจากการคุยเรื่องไร้สาระไม่ใช่หรือไง!
ถ้าทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ตรงหน้าประทับใจได้ ต่อไปก็จะมีที่พึ่งที่มั่นคงแล้ว!
“อืม ตอนเด็ก ๆ เคยฝึกกับพ่อ”
เผยจิ้งซงเห็นแววตาของเจียงหว่านซิงสว่างวาบขึ้นมาชั่วขณะ ราวกับดาวระยิบระยับบนผิวน้ำในทะเลสาบ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า เวลาสาว ๆ ยิ้ม ดวงตาจะสวยได้ขนาดนี้
เมื่อประกายดาวนั้นเปล่งแสงเพราะเขา ในใจเขากลับมีความหวานเอ่อขึ้นมานิด ๆ
“พี่เผย ต่อไปช่วยสอนฉันได้ไหมคะ?”
