“เศษกระดูกแตกอยู่ตรงนี้ ตำแหน่งค่อนข้างซับซ้อน ถ้าเอาออกไม่ระวัง ก็อาจกระทบเส้นประสาทรอบ ๆ ได้ง่าย”
“ถ้าจะผ่าตัด ความเสี่ยงสูงมาก”
“พลาดขึ้นมา ขาข้างนี้อาจใช้การไม่ได้จริง ๆ”
ถึงอย่างไร อุปกรณ์ทางการแพทย์ในยุคนี้ก็ยังไม่ทันสมัยนัก
เจียงหว่านซิงเพียงตอบไปตามข้อเท็จจริง
ทันทีที่เสียงของเธอสิ้นสุดลง เผยจิ้งซงก็ชะงักลมหายใจ
สำหรับคนที่ต้องออกรบ หากขาข้างนี้พิการไป ก็ไม่ต่างอะไรกับถูกทำลายชีวิตทั้งชีวิต
สีหน้าสงบนิ่งเป็นปกติของเผยจิ้งซงยากจะรักษาไว้ได้อีกต่อไป
มือที่กำหมัดแน่นคลายออก แล้วกลับกำแน่นอีกครั้ง สลับไปมาอยู่เช่นนั้น
ในที่สุดเขาก็กลับมาสงบ ดวงตาไร้ระลอกคลื่นอีกครั้ง
คุณปู่เจียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วปลอบใจ
“หว่านซิงพูดถูกแล้ว เจ้าหนุ่มเผย ถึงตอนนั้นให้หว่านซิงไปเป็นเพื่อนที่โรงพยาบาลใหญ่ด้วยตัวเองนะ”
“ขาของเธอแค่รักษายาก ไม่ใช่รักษาไม่หายสักหน่อย!”
แม้เจ้าหนุ่มคนนี้จะไม่แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้า แต่แววตาที่เปลี่ยนไปชั่วขณะเมื่อครู่นี้ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเขา
ถึงอย่างไรก็ยังหนุ่มอยู่!
“ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับคุณปู่”
เผยจิ้งซงพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าเย็นชาอันคุ้นเคยกลับคืนมา
“ได้เวลากินข้าวแล้ว หมอเจียง จิ้งซง สหายเจียง มาทานข้าวกัน”
เสียงเรียกดังลั่นของหวงคนขายเนื้อดังมาจากห้องโถง
คุณปู่เจียงขานรับ ก่อนหันหลังเดินเข้าบ้านไป
ด้านนอกลานบ้าน เจียงหว่านซิงเดินเข้าไปเข็นรถเข็นของเผยจิ้งซง
เผยจิ้งซงใช้มือข้างหนึ่งจับล้อรถเข็นออกแรงเล็กน้อย เจียงหว่านซิงจึงเข็นไม่ไป
เธอลองเข็นอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ขยับ
