เมื่อกลับถึงค่าย อิ้นเหริงทั้งสามก็แจ้งเรื่องนี้แก่คังซีทันที
เมื่อได้ยินว่าอิ้นฉีเกือบถูกงูพิษทำร้าย เคราะห์ดีที่เหยี่ยวของเซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ สีหน้าของคังซีก็พลันเคร่งขรึม ก่อนจะเผยความหวาดหวั่นออกมา จากนั้นจึงรีบเรียกหมอหลวงโม่มาตรวจอิ้นฉีอย่างละเอียด ครั้นเห็นว่าเขาเพียงตกใจ ไม่มีอาการร้ายแรงจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก
หลังฟังต้นสายปลายเหตุจบ คังซีก็ตรัสเสียงขรึมทันทีว่า “แม้เซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์จะมิได้ตั้งใจช่วยชีวิต แต่ถึงอย่างไรก็ช่วยชีวิตฉีเอ๋อร์ไว้ บุญคุณครั้งนี้ย่อมต้องตอบแทน”
คังซีรับสั่งให้หลี่เต๋อเฉวียนจัดเตรียมของกำนัลล้ำค่า ทั้งผ้าไหมชั้นดีและหยกงดงามซึ่งส่งมาจากเมืองหลวง รวมถึงของเล่นชิ้นเล็กกับขนมล้ำค่าที่จัดเตรียมไว้สำหรับเด็กโดยเฉพาะ แล้วให้คนนำไปส่งยังกระโจมของหลัวปู้จ้างกุ่นปู้ อ๋องหานชิน
นอกจากนั้น คังซียังเรียกหลัวปู้จ้างกุ่นปู้เข้าเฝ้าเป็นพิเศษ ตรัสด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “เซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์อายุยังน้อย แต่เฉลียวฉลาดและกล้าหาญยิ่ง เหยี่ยวที่เขาฝึกไว้ก็แสนรู้ วันนี้หากมิใช่มัน อาเกอองค์ที่ยี่สิบสามของเราคงยากจะรอดพ้นอันตราย บุญคุณครั้งนี้ เราจะจดจำไว้ในใจ”
หลัวปู้จ้างกุ่นปู้เห็นดังนั้นก็รีบค้อมกายถวายคำขอบพระทัย พลางกล่าวซ้ำว่า “มิกล้ารับไว้พ่ะย่ะค่ะ”
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า เพียงบุตรชายยื่นมือช่วยเหลือโดยมิได้ตั้งใจ กลับทำให้คังซีปฏิบัติต่อเขาอย่างมีน้ำใจถึงเพียงนี้ ในใจทั้งประหลาดใจและทอดถอนใจ อาเกอน้อยผู้นี้เป็นที่รักทะนุถนอมของคังซีอย่างแท้จริง ความรู้สึกผูกพันกับราชสำนักชิงก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น
ส่วนอิ้นเหริง อิ้นเสียง และคนอื่น ๆ ก็ให้คนแอบจัดเตรียมของขวัญเล็ก ๆ ที่เหมาะกับเด็ก แล้วส่งไปให้เซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์ ถือเป็นการขอบคุณอีกครั้ง
