ขบวนรถมุ่งลึกเข้าไปในทุ่งหญ้า ทิวทัศน์รอบด้านยิ่งใหญ่กว้างไกลขึ้นทุกขณะ หญ้าเขียวขจีทอดยาวจรดขอบฟ้า สายลมพัดโหมกว้างไกล แม้แต่ในอากาศก็ยังอบอวลด้วยกลิ่นสดชื่นของหญ้าและผืนดิน
ทว่าความสงบผ่อนคลายค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวาย เมื่อเข้าใกล้เผ่าเค่อเอ่อร์ชิ่นมากขึ้น บรรดาเชื้อพระวงศ์มองโกลและหัวหน้าเผ่าที่ได้ข่าวต่างพากันมาถวายคำนับ บ้างก็ส่งคนมามอบของกำนัลแสดงความยินดีและฎีกาถวายพระพร
ย่อมไม่ต้องกล่าวถึงคังซี แต่ละวันต้องรับรองแขกและหารือกิจการต่าง ๆ จนยุ่งวุ่นวายแทบไม่มีเวลาหยุดพัก
อิ้นฉีรู้สึกว่าจู่ ๆ ทุกคนก็พากันยุ่งขึ้นมา
แม้แต่กระโจมของไทเฮา ก็มีพระชายาและองค์หญิงจากเผ่าต่าง ๆ ของมองโกลแวะมาเยี่ยมเยียนถวายพระพรอยู่เนือง ๆ
พวกนางสวมอาภรณ์มองโกลสีสันสดใส นำสุรานมรสเข้มข้นกับเครื่องประดับเงินอันประณีตมาด้วย แล้วล้อมวงสนทนาถามไถ่พระอาการของไทเฮา
เดิมทีอิ้นฉียังกังวลว่าไทเฮาจะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลและปรับตัวกับสภาพแวดล้อมไม่ทัน จึงคิดจะทูลขอให้พระนางพักผ่อนอีกหลายวัน คาดไม่ถึงว่าเมื่อเสด็จถึงทุ่งหญ้า ได้ทอดพระเนตรทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ ทั้งยังมีพระญาติจากแต่ละเผ่าคอยห้อมล้อม พระนางกลับทรงเบิกบานพระทัยยิ่งขึ้น พระพลานามัยยังดูดีกว่าครั้นประทับอยู่ในเมืองหลวงเสียอีก ทุกวันทรงต้อนรับแขกเหรื่ออย่างมีชีวิตชีวา จิ้งผินจึงทำได้เพียงอยู่ข้างกายคอยดูแล และช่วยไทเฮาจัดการเรื่องรับรองแขกตลอดทั้งวัน
ทั่วทั้งค่ายต่างยุ่งวุ่นวาย มีเพียงอิ้นฉีกับอิ้นเหริงสองคนที่ว่างสบายที่สุด
อิ้นฉียังเยาว์วัย กิจการราชสำนักและการรับรองผู้คนจากเผ่าต่าง ๆ ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับเขา คังซีก็ทรงรักใคร่ ไม่อยากให้เขาเข้าไปพัวพันกับพิธีรีตองยุ่งยาก จึงให้เล่นอยู่บริเวณใกล้กระโจมเท่านั้น
ส่วนอิ้นเหริงนั้น เมื่อถูกปลดอำนาจ การติดตามขบวนเสด็จครั้งนี้ก็เป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว ย่อมไม่มีงานใดมอบหมายให้ทำ แต่ละวันเขาจึงมีเวลาว่างเหลือเฟือ นอกจากอยู่เป็นเพื่อนไทเฮาและเข้าเฝ้าถวายพระพรพร้อมอิ้นฉี
อิ้นฉีมองอิ้นเหริงแล้วรู้สึกอยู่เสมอว่า พี่รองดูไม่ผ่อนคลายอย่างที่ตนเคยคิดไว้
