สองวันต่อมา ยามรุ่งสาง แสงอาทิตย์บนทุ่งหญ้ากำลังอบอุ่น สาดส่องลงระหว่างกระโจม
ตลอดสองวันนี้ ปาเล่อจูเอ่อร์ส่งของเล่นพื้นเมืองบนทุ่งหญ้ามาให้หลากหลายชนิด ทั้งยังจงใจปล่อยอินทรีที่ตนเลี้ยงไว้ออกมา สาธิตการล่าเหยื่อต่อหน้าอิ้นฉี
หลังได้รับไมตรีอย่างจริงใจอยู่หลายครั้ง อิ้นฉีจึงคลายปมในใจที่มีมาก่อน และยอมเรียกเขาว่าพี่ชายปาเล่อจูเอ่อร์อีกครั้ง
อิ้นเหริงเห็นแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าก้อนแป้งของตนช่างเกลี้ยกล่อมง่ายเหลือเกิน เมื่อครู่ยังบอกว่าตนต้องมีค่าตัวสูงหน่อย พริบตาถัดมาก็วิ่งตามอีกฝ่ายไปเล่นอย่างสนุกสนานเสียแล้ว
อิ้นฉีตื่นแต่เช้าในกระโจม ร่างน้อยกลิ้งตัวลุกขึ้นมา คว้าตัวเสี่ยวเล่อจื่อที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายให้ช่วยเปลี่ยนชุดแพรเนื้อเบาสบาย จากนั้นก็เดินวนไปมาในกระโจมด้วยขาสั้น ๆ สายตาคอยเหลือบมองประตู ใจจดจ่อรอเวลาออกเดินทาง
คังซีเห็นท่าทางกระวนกระวายของเจ้าตัวน้อย ก็ยิ้มพลางลูบศีรษะเขา “จะรีบร้อนไปไย กินอาหารเช้าเสร็จแล้วค่อยออกเดินทาง”
ด้วยคำปลอบโยนของคังซี วันนี้อิ้นฉีจึงกินอาหารได้ไม่น้อย
ไม่นานอิ้นเหริงก็เข้ามา คำนับคังซีแล้วกล่าวว่า “เสด็จพ่อ ลูกจะพาฉีเอ๋อร์ไปตลาดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ระหว่างทางจงระมัดระวังทุกอย่าง”
“ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ขณะที่กำลังจะออกเดินทาง อิ้นถังกับอิ้นเอ๋อก็เดินเข้ามา “เสด็จพ่อ พวกลูกเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เอาละ พวกเจ้าไปแต่เช้าแล้วกลับมาเร็ว” คังซีโบกมือ
“ว้าว~ พี่เก้า พี่สิบจะไปกับฉีเอ๋อร์ด้วยหรือ?”
“อืม” อิ้นถังอุ้มเขาขึ้นมา
คังซีมองอิ้นฉีที่ดีใจจนลืมกลับกระโจม กำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ถึงตลาดแล้วต้องตามพี่รอง พี่เก้า และพี่สิบให้ติด อย่าวิ่งซน เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจแล้ว เสด็จพ่อ” อิ้นฉีพยักหน้าแรง ๆ ศีรษะน้อยสั่นราวกับกลองเขย่า “ฉีเอ๋อร์จะเชื่อฟังเป็นอย่างดี!”
อิ้นถังกับอิ้นเอ๋อก้าวเข้ามาประสานมือรับคำ “ขอเสด็จพ่อวางพระทัย ลูกจะดูแลฉีเอ๋อร์ให้ดีพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสามพาอิ้นฉีออกจากกระโจม อิ้นเอ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอยู่หลายส่วน “ฉีเอ๋อร์ ข้ากับพี่เก้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย ดีใจหรือไม่?”
“ดีใจ”
