รุ่งเช้าวันถัดมา สายลมบนทุ่งหญ้าพัดพาความเย็นสดชื่นมาด้วย พัดหมอกบางระหว่างกระโจมให้จางหายไป
อิ้นฉีพักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว หลังจากออกไปขยับแข้งขยับขากับอิ้นเหริงอยู่ครู่หนึ่งนอกกระโจม ก็เห็นเซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์เดินเข้ามาช้า ๆ ในมือถือถาดตื้นใบหนึ่งที่ทำจากไม้เบิร์ช ภายในมีผลสีแดงลูกเล็ก ๆ เรียงอยู่ พวกมันใสแวววาวราวกับอัญมณี
เมื่อเดินเข้ามาใกล้ เขาชะงักเล็กน้อย น้ำเสียงฟังดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง ทั้งยังไม่หยิ่งผยองเหมือนทุกที “องค์ชายรอง องค์ชายยี่สิบสาม นี่คือผลซาไห่จี๋ที่ขึ้นในผืนทรายบนทุ่งหญ้า คนในด่านไม่ค่อยได้พบเห็น ข้านำมาให้พวกท่านลองชิม”
อิ้นฉีเงยหน้ามองเขา แล้วตอบเบา ๆ ตามมารยาท “ขอบคุณซื่อจื่อปาเล่อจูเอ่อร์”
เมื่อได้ยินคำเรียกขานห่างเหินสุภาพว่า ซื่อจื่อปาเล่อจูเอ่อร์ ปลายนิ้วของเซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์ก็พลันกำแน่น
ก่อนหน้านี้เมื่อพบกัน อิ้นฉีมักเรียกเขาว่าพี่ชายปาเล่อจูเอ่อร์ไม่ขาดปาก ทั้งยังเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น อยากเล่นด้วยกัน ทว่าหลังจากเขาแสดงออกว่าไม่ชอบ อิ้นฉีในยามนี้ก็เหลือเพียงความสุภาพตามมารยาท ปฏิบัติต่อกันอย่างมีมารยาท ไม่สนิทสนมอีกต่อไป
ทั้งที่แต่ก่อนเป็นเขาเองที่ดูแคลนอีกฝ่าย แต่เมื่ออิ้นฉีตีตัวออกห่าง เขากลับรู้สึกไม่คุ้นชินขึ้นมา ในใจพลันเกิดความรู้สึกวูบโหวงที่อธิบายไม่ถูก
นั่นสินะ เด็กน้อยผู้นี้เป็นอาเกอผู้สูงศักดิ์อยู่แล้ว เหตุใดต้องเข้าหาคนที่เคยดูแคลนตนเพื่อประจบเอาใจอยู่ฝ่ายเดียวด้วยเล่า
ความสนใจของอิ้นฉีถูกผลซาไห่จี๋ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนดึงดูดไปจนหมด เขาจำได้ว่าผลไม้ชนิดนี้มีวิตามินซีสูงมาก จึงไม่ทันสังเกตความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของปาเล่อจูเอ่อร์ ยื่นมือหยิบขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วใส่ปาก
รสเปรี้ยวจัดพลันแผ่ซ่านไปทั่วปลายลิ้น เขาขมวดคิ้วเบา ๆ ใบหน้าเล็กย่นเข้าหากัน
อิ้นเหริงที่อยู่ข้าง ๆ มองเด็กน้อยเปรี้ยวจนหน้าเบ้ มุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ “ปกติเจ้าเลือกกินยิ่งนัก วันนี้เหตุใดไม่ถามก่อน กลับหยิบเข้าปากเสียเองเล่า เจ้าไม่ชอบรสเปรี้ยวเช่นนี้มิใช่หรือ หาไม่แล้ว พี่เก้าและพี่สิบของเจ้าคงหามาให้ตั้งนานแล้ว”
คำพูดนี้มีความหมายแฝงอยู่
