เพียงสองวัน อิ้นฉีก็กลับมาร่าเริงกระฉับกระเฉงดังเช่นวันวานอีกครั้ง
ทว่าคังซีกลับไม่กล้าปล่อยให้เขาออกไปวิ่งเล่นตามใจอีก เกรงว่าร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่แล้วจะติดหวัดขึ้นมา จึงมีรับสั่งเข้มงวดให้เขาพักฟื้นอยู่ในกระโจม ห้ามออกไปไหนตามอำเภอใจ
อิ้นเหริงยิ่งเฝ้าอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง ใส่ใจทุกเรื่องยิ่งกว่าผู้ใด
เขาอยู่เป็นเพื่อนพลิกดูสมุดภาพและเล่นของเล่นชิ้นเล็ก สอนให้รู้จักตัวอักษร บางครั้งยังจับมือน้อย ๆ ของอิ้นฉี สอนเขาเขียนตัวอักษรง่าย ๆ สองสามตัว
เมื่อมีอิ้นเหริงคอยดูแลใกล้ชิด คังซีก็คลายกังวลลงไม่น้อย ไม่ต้องคอยขึงประสาทอยู่ตลอดเวลา
คังซีมีรับสั่งให้ปิดบังเรื่องที่อิ้นฉีถูกงูกัดจนเป็นไข้สูงจากไทเฮา พระนางทรงชรามากแล้ว เกรงว่าหากข่าวแพร่ไปถึงจะยิ่งทำให้ทรงวิตกกังวล
จิ้งผินร้อนใจจนแทบขาดใจ จึงส่งอาหารมาให้ไม่น้อย ทั้งยังกำชับแม่นมและเหล่าข้าหลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ดูแลอาเกอน้อยอย่างดี นางยังต้องถวายงานไทเฮา จึงต้องวิ่งวุ่นไปมาทั้งสองทาง โชคดีที่เจ้าตัวเล็กฟื้นตัวได้ดียิ่ง เพียงสองวันก็กลับมาร่าเริงกระฉับกระเฉง ทำให้นางคลายใจลงไม่น้อย
แม้อิ้นฉีจะรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่แต่ในกระโจม แต่ในใจก็รู้ว่าทุกคนเป็นห่วงเขา จึงไม่ได้โวยวายว่าจะออกไปข้างนอก
เพียงแต่เขามีนิสัยร่าเริง อยู่เฉย ๆ นานเข้าก็เริ่มทนไม่ไหว เดินวนไปมาอยู่ในกระโจมจนแม้แต่อิ้นเหริงยังเวียนศีรษะ
“พี่รอง ฉีเอ๋อร์อยากไปหาพี่ชายปาเล่อจูเอ่อร์เล่น”
“พักฟื้นอีกสองวันแล้วค่อยไป”
“ฉีเอ๋อร์ยังไม่ได้ขอบคุณพี่ชายปาเล่อจูเอ่อร์ดี ๆ เลย”
“ไม่เป็นไร เสด็จพ่อขอบคุณเขาแทนเจ้าแล้ว”
“แต่ฉีเอ๋อร์อยากขอบคุณเขาด้วยตนเอง”
อิ้นเหริงก้มมองเขา ก่อนกล่าวเสียงอ่อนโยนว่า “หากเจ้าผ่านไปสองคืนโดยไม่ฝันร้าย พี่รองจะพาเจ้าไป ดีหรือไม่”
อิ้นเหริงรู้สึกจนปัญญาอยู่บ้าง สองวันนี้เจ้าก้อนน้อยเอ่ยถึงปาเล่อจูเอ่อร์อยู่ทุกคำพูด วันนั้นซื่อจื่อน้อยผู้นั้นมีท่าทีเย็นชา เห็นชัดว่าไม่อยากข้องเกี่ยวกับเจ้าก้อนน้อย แล้วเหตุใดเจ้าตัวเล็กจึงไม่สังเกตเห็นเลยนะ!
