เหลืออีกสามวันเต็มก่อนออกเดินทางไปเค่อเอ่อร์ชิ่นเพื่อเสด็จประพาสแดนเหนือ
วันนี้คังซีมีรับสั่งให้เรียกอิ้นเจินกับอิ้นซื่อเข้าวังเป็นพิเศษ ภายในห้องทรงพระอักษรทรงให้ผู้คนถอยออกไปจนหมด แล้วทรงมอบหมายกิจธุระน้อยใหญ่ในเมืองหลวงให้ทั้งสองดูแล
พระองค์ทรงกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เมื่อมีเรื่องใดให้หารือกันให้มาก และต้องแจ้งข่าวคราวแก่กันอยู่เสมอ
เมื่อหารือราชกิจเสร็จสิ้น อิ้นเจินกับอิ้นซื่อประสานมือรับพระบัญชา เตรียมลุกขึ้นทูลลาไปหาอิ้นฉี
ใครจะรู้ว่าเจ้าก้อนแป้งอิ้นฉีมารออยู่ด้านนอกตำหนักนานแล้ว ดวงตากลมโตเฝ้าคอยมาเกือบครึ่งวัน
พอเห็นทั้งสองก้าวออกมา เจ้าตัวน้อยก็วิ่งตึงตังเข้าไปหาในทันที ก่อนเงยหน้ากลมป้อมขึ้นอย่างน่าสงสาร “พี่สี่ พี่แปด ฉีเอ๋อร์จะคิดถึงพวกท่าน”
คราวนี้จากกันไปก็หลายเดือน กว่าจะได้พบทั้งสองอีกคงต้องรออีกนาน ในใจจึงอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก ขอบตาพลันเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ
เดิมทีคังซีกำลังจะทรงตรวจฎีกาที่เหลือ พอทอดพระเนตรออกไปเห็นภาพนั้นก็ชะงักพู่กัน พระองค์ได้แต่แย้มพระสรวลอย่างจนพระทัย ก่อนตรัสรั้งทั้งสองไว้ร่วมเสวยมื้อค่ำ และรับสั่งให้ห้องเครื่องจัดสำรับเพิ่ม
หลังเสวยมื้อค่ำร่วมกัน เวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามค่ำ
อิ้นเจินกับอิ้นซื่อไม่กล้ารั้งอยู่นานอีก จึงลุกขึ้นเตรียมออกจากวังกลับจวน
คราวนี้อิ้นฉีทนไม่ไหวอีกต่อไป ริมฝีปากน้อยเบะคว่ำ น้ำตาคลออยู่ในดวงตา ก่อนร้องไห้สะอึกสะอื้นขวางอยู่ตรงหน้า ไม่ยอมให้ทั้งสองจากไปเป็นอันขาด
คังซียกพระหัตถ์กุมพระนลาฏ ทรงปวดพระทัยอยู่บ้าง “ฉีเอ๋อร์ มาหาเสด็จพ่อ ให้พี่สี่กับพี่แปดกลับจวนเถิด”
อิ้นฉียืนนิ่งอยู่กับที่ น้ำเสียงอู้อี้ “แต่ฉีเอ๋อร์จะไม่ได้พบพี่สี่กับพี่แปดตั้งนาน ฉีเอ๋อร์ต้องคิดถึงพวกท่านมากแน่”
