ราตรีหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างเงียบงัน
ค่ำคืนนี้ อิ้นเจินกลับหลับสนิทอย่างแสนสุข
ปกติเขามักหลับไม่ลึก ตื่นง่าย เพียงกลางดึกมีเสียงเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็ลืมตาขึ้นแล้ว ทว่ายามเช้านี้กลับถูกเสียงขยุกขยิกของเจ้าตัวน้อยข้างกายปลุกให้ตื่น
พอลืมตาขึ้นมอง แสงอรุณด้านนอกหน้าต่างก็สว่างจ้าแล้ว แสงตะวันทอดผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาในห้องด้านใน
อิ้นเจินชะงักไปเล็กน้อย ความประหลาดใจผุดขึ้นในใจ
เมื่อลองนึกย้อนดู การหลับสนิทไร้ฝันอย่างวางใจเช่นนี้ ช่วงหลังเกิดขึ้นแล้วถึงสองครั้ง และทั้งสองครั้งก็เป็นยามที่มีอิ้นฉีอยู่ข้างกาย
เขาจำไม่ได้แล้วว่าตนหลับอย่างผ่อนคลายสบายกายเช่นนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด ไม่นึกเลยว่าเจ้าตัวน้อยอยู่ข้างกายแล้วจะทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายได้ถึงเพียงนี้ กลับได้ผลดียิ่งกว่าเครื่องหอมสงบใจเสียอีก
อิ้นฉีเห็นอิ้นเจินขยับตัว จึงขยับเข้าไปใกล้แล้วถามว่า “พี่สี่ เป็นเพราะฉีเอ๋อร์ทำเสียงดังจนปลุกท่านหรือไม่?”
อิ้นฉีนอนคว่ำอยู่บนเตียง ใช้สองมือเท้าคาง ดวงตาดำขลับเป็นประกายจ้องมองอิ้นเจินที่เพิ่งตื่น น้ำเสียงออดอ้อนน่ารัก
อิ้นเจินได้สติ ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว น้ำเสียงยังแฝงความเกียจคร้านของคนเพิ่งตื่นอยู่เล็กน้อย “ไม่ใช่ วันนี้พี่สี่ตื่นสายเอง”
เขามองท่าทางกระปรี้กระเปร่าของเจ้าตัวน้อย เพียงเห็นก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงตื่นมาสักพักแล้ว
“หิวแล้วหรือ?”
อิ้นฉีรีบส่ายหน้าเล็ก ๆ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นตรงมุมปาก “เมื่อครู่ฉีเอ๋อร์ดื่มนมวัวแล้ว ไม่หิวขอรับ!”
อิ้นเจินไม่คิดเลยว่าตนจะหลับลึกถึงเพียงนี้ แม้แต่ตอนบ่าวรับใช้นำนมวัวเข้ามาให้ก็ไม่รู้สึกตัว
