รุ่งเช้าวันถัดมา ฟ้ายังไม่ทันสางดี เหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักเฉียนชิงก็เริ่มวุ่นวายกันแล้ว
กำหนดการเดินทางไปเค่อเอ่อร์ชิ่นวางไว้เรียบร้อยแล้ว งานเตรียมการแต่ละอย่างจึงดำเนินไปอย่างเร่งรัด กรมวังตรวจนับเสื้อผ้า ผ้านวม และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ติดตาม กรมกิจการแว่นแคว้นบริวารยืนยันกำหนดการรับเสด็จของสถานีพักม้าตลอดเส้นทางและเหล่าเชื้อพระวงศ์มองโกลอีกครั้ง ส่วนสำนักหมอหลวงก็คัดเลือกหมอหลวงที่จะร่วมเดินทาง พร้อมจัดเตรียมยาสามัญและตำรับยาฉุกเฉินให้ครบถ้วน
เหล่านางกำนัลและขันทีเดินขวักไขว่ไปมาตามทางในวัง ทว่าทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
วันนี้อิ้นฉีตื่นไม่สาย พอลืมตาขึ้น เสี่ยวเล่อจื่อก็ยกน้ำอุ่นเข้ามาปรนนิบัติให้เขาล้างหน้าและบ้วนปาก
เจ้าก้อนน้อยนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้เสี่ยวเล่อจื่อหวีผมให้ พอเห็นคังซีกลับมาจากจัดการราชกิจ ก็เริ่มซุกซนขึ้นมาทันที “เสด็จพ่อ”
คังซีก้าวเข้ามาอุ้มเขาขึ้น “พอใกล้ได้ออกจากวังก็ดีใจถึงเพียงนี้เชียว”
“เสด็จพ่อ พี่สามไปด้วยหรือไม่”
“ไป”
“พี่สี่ไปด้วยหรือไม่”
คังซีรู้ดีว่าเจ้าก้อนน้อยอยากถามเรื่องใด จึงบอกกำหนดการให้ฟัง “เจ้าก้อนน้อยเอ๋ย เสด็จพ่อจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว พี่สาม พี่ห้า พี่เก้า พี่สิบ พี่สิบสอง พี่สิบสาม และพี่สิบสี่ของเจ้าจะไปด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนพี่เจ็ดขาไม่สะดวก เดินทางบนทุ่งหญ้าต้องนั่งรถม้าโยกคลอน เมื่อไปถึงที่นั่นทุกคนยังต้องขี่ม้าออกไปล่าสัตว์ หากให้เขาไปด้วยคงมีแต่จะทุกข์ใจ จึงให้พักรักษาตัวอยู่ในเมืองหลวง ส่วนพี่สี่กับพี่แปดของเจ้าอยู่จัดการราชกิจที่เมืองหลวง”
“เสด็จพ่อถามพี่เจ็ดแล้วหรือยังว่าเขาไม่อยากไป”
คังซีมองอิ้นฉีผู้ไร้เดียงสาแล้วชะงักไปเล็กน้อย “ปกติพี่เจ็ดของเจ้าไม่ค่อยร่วมกิจกรรมเช่นนี้”
“แต่ถ้าพี่เจ็ดอยากไปเล่า” อิ้นฉีใช้มือเล็ก ๆ ดึงแขนเสื้อคังซีไว้
คังซีก้มหน้าครุ่นคิด การเสด็จประพาสแดนเหนือคราวนี้ดำเนินไปอย่างไม่เร่งร้อน มิได้มุ่งเดินทางให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว แต่ละวันยังหยุดพักแรมตามเส้นทาง
ในเมื่อไทเฮายังยอมเดินทางไกลไปเค่อเอ่อร์ชิ่น อิ้นโย่วก็ใช่ว่าจะทนไม่ไหว
