ลู่เฟิ่งอู๋ที่โดนดุเองก็วิ่งตามไปด้วย เขายกมือแตะจมูกอย่างกระอักกระอ่วน
ที่จริงก็เพราะเขาไม่ค่อยมีประสบการณ์จริง คิดว่าพวกเขาอยู่ห่างพอแล้ว ฝูงแตนคงไม่บินตามมา
ด้านหลัง หลี่เฟิงกับเฉินหลิงหลิงถูกต่อยจนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่มีใครมีเวลาหยุดดูเรื่องสนุก ต่างพากันออกแรงวิ่งสุดชีวิต
ระหว่างทาง พวกเขาเห็นโอวหยางหมิงหย่วนยองอยู่กับพื้นเหมือนเห็ด ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร เย่ชุนเซิงจึงเตือนเขา “รุ่นพี่ รีบวิ่งเร็ว!”
หลังเจอเรื่องผิดหวังติดกันหลายวัน โอวหยางหมิงหย่วนรู้สึกหดหู่ เขาจึงตั้งใจหาที่เงียบ ๆ ไม่มีคน เพื่อมานั่งเศร้าอยู่คนเดียวสักพัก
พอได้ยินเสียงเย่ชุนเซิง เขาก็ประหลาดใจ แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงบอกให้รีบวิ่ง แต่เชื่อคนเตือนย่อมอิ่มท้อง โอวหยางหมิงหย่วนจึงรีบวิ่งตามเย่ชุนเซิงกับคนอื่น ๆ ไปทันที
ทุกคนก้มหน้าก้มตาวิ่งสุดแรงอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งหนีมาไกลมากและไม่เห็นฝูงแตนบินตามมาอีก ถึงหยุดพัก
เย่ชุนเซิงหอบแฮ่ก ก่อนอธิบายให้โอวหยางหมิงหย่วนฟัง “รุ่นพี่ ตรงที่จอดรถข้างอาคารเรียน 5 มีฝูงแตนอยู่ เดี๋ยวอย่าไปทางนั้นนะ”
“อ้อ ได้เลย” โอวหยางหมิงหย่วนเองก็เหนื่อยจนหอบแฮ่ก
แต่หลังวิ่งเต็มฝีเท้ามาตลอดทาง ความหดหู่และท้อแท้ในใจที่เกิดจากความผิดหวังก็หายไปจนหมด
โอวหยางหมิงหย่วนมองเย่ชุนเซิง จู่ ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมา เขาจึงถามว่า “รุ่นน้อง ตอนนี้เรานับว่าเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหม ถ้าพี่ว่าง พี่ไปคุยเล่นกับเธอได้หรือเปล่า?”
วันนี้โอวหยางหมิงหย่วนไปหาคนมาลงทุนในโครงการธุรกิจของตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ยังถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบเหมือนเดิม
ระหว่างทางกลับ เขาเจอคุณลุงหมอดูที่ตั้งแผงอยู่ข้างทาง จึงลองเสี่ยงดวงดู เผื่อจะได้คำทำนายดี ๆ เลยไปให้คุณลุงดูดวงให้
คุณลุงรับเงินจากเขาไป 2 หยวน แล้วง่วนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่าวันนี้เขาจะได้พบผู้มีพระคุณ เรื่องที่กำลังร้อนใจจะคลี่คลายลงในไม่ช้า
