ทั้งสองสบตากัน แล้วก็เดินตามไป
หลัวอี้ฟานถามลู่เฟิ่งอู๋เสียงเบา “พวกเธอสองคนจะไปไหนกัน?”
ลู่เฟิ่งอู๋ตอบ “ไม่รู้”
หลัวอี้ฟาน “...ไม่รู้แล้วตอนนี้นายตามไปทำไม?”
“เธอเรียกฉัน”
เย่ชุนเซิงมองตามสายตาที่ลู่เฟิ่งอู๋ส่งมา หลัวอี้ฟาน “...”
เธอเรียก นายก็ไปด้วยเลยงั้นเหรอ?
ไม่ใช่ว่านายเป็นพวกไม่สนใจอะไรทั้งนั้นหรือไง?
ซูเจียฮุ่ยเดินมาอยู่ข้างเย่ชุนเซิง แล้วถามอย่างสงสัย “เธอตามพวกเขาสองคนอยู่เหรอ? มีเรื่องแค้นกับใครในนั้นหรือเปล่า?”
เย่ชุนเซิงตอบ “ทั้งคู่เลย”
แต่ตอนนี้เธออยากรู้มากกว่าว่าเฉินหลิงหลิงมาอยู่ที่โรงเรียนได้ยังไง แถมยังมาฝึกทหารร่วมกับพวกเขาอีก
ซูเจียฮุ่ยมองเฉินหลิงหลิง แล้วกระซิบว่า “ผู้หญิงคนนั้น ฉันเคยเห็นตอนกินข้าวที่โรงอาหารเมื่อวันก่อน”
“เธอบอกคนอื่นว่าหมู่บ้านของเธอจะถูกเวนคืนที่ดินปลายปีนี้ แล้วครอบครัวจะได้เงินชดเชยก้อนโต”
เย่ชุนเซิง “...”
จะบอกว่าเฉินหลิงหลิงทั้งโง่ทั้งไม่คิดหน้าคิดหลัง ยังถือว่าเป็นคำชมเธอเลย
“โม้ทั้งนั้น หมู่บ้านเธอลือกันว่าจะถูกเวนคืนมาหลายปีแล้ว ถ้าจะเวนคืนจริงก็คงทำไปนานแล้ว”
“ฉันก็คิดว่าโม้เหมือนกัน หมู่บ้านเธอคงไม่ถูกเวนคืนหรอก” ซูเจียฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงคาดเดาแบบเดียวกับเย่ชุนเซิง
แต่ในใจเธอรู้ดีว่าไม่ใช่แค่ ‘คงไม่ถูกเวนคืน’ แต่ไม่มีทางถูกเวนคืนแน่นอน
