เย่ชุนเซิงฟังเย่เหวินอู่คุยโว ก็ยิ้มอย่างเมตตาพลางมองเขา “โธ่ หลานชายคนโต มีน้ำใจจริง ๆ!”
“แต่หลานชายคนโตเห็นอาสาวคนนี้เป็นคนแบบไหนกัน? อายังสาวอยู่เลยนะ ไม่ใช่คนแก่ที่ไร้ยางอาย คอยเอาเปรียบหลานหรอก”
แม้ได้ยินเธอเรียกเขาว่า “หลานชายคนโต” ส่วนตัวเองว่า “อา” ซ้ำไปซ้ำมา จนรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบ แต่เย่เหวินอู่ก็ยังเลิกคิ้วขึ้นอย่างตื่นเต้นและคาดหวัง “ถ้าอย่างนั้น เธอ...”
เย่ชุนเซิงตอบ “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ลงทุนในโรงงานของหลานชายคนโตหรอก”
เย่เหวินอู่ “...”
เหมือนยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเองเสียแล้ว
แต่เย่เหวินอู่ก็ไม่ได้กระอักกระอ่วน เขาหัวเราะพลางถามย้ำอย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่ลงทุนจริง ๆ เหรอ? โรงงานของฉันมีอนาคตมากนะ”
“อืม ไม่ลงทุน”
แค่ใช้ปลายเท้าคิด เย่ชุนเซิงก็รู้แล้วว่าเหตุใดตอนนี้เย่เหวินอู่ถึงชวนเธอมาลงทุน
ก็เพราะเห็นเส้นสายของเธอเมื่อวาน อยากดึงเธอเข้าร่วมทุน แล้วจะได้ใช้เส้นสายของเธออย่างเป็นเรื่องเป็นราวน่ะสิ
คิดว่าฉันโง่หรือไง?
ต่อให้เย่เหวินอู่ยอมแบ่งหุ้นให้เธอมากแค่ไหน โรงงานก็ไม่มีทางกลายเป็นของเธออยู่ดี ยังเป็นของเย่เหวินอู่เหมือนเดิม
เธอลงทุนเงิน แถมยังเอาเส้นสายของตัวเองเข้ามาช่วย ขยายกิจการและพัฒนาโรงงานไปด้วย เธออาจได้เงินมาบ้างก็จริง แต่เส้นสายของเธอคงเสียหายไปด้วย
เมื่อวานหลี่หมิงหย่วนกับเหยากั๋วต้งต่างก็บอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรให้ไปหา พวกเขายินดีช่วย
แต่เส้นสายแบบนี้ หากฐานะของทั้งสองฝ่ายพอ ๆ กัน ต่างคนต่างช่วยเหลือกันไปมา ความสัมพันธ์ก็จะแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ
