เย่ชุนเซิงไม่อยากฟังเขาบ่นจู้จี้ “งั้นก็รอดูแล้วกัน”
“ยังไงต่อไปตอนผู้ใหญ่บ้านซ้อมนาย ฉันจะยืนปรบมืออยู่ข้าง ๆ แน่นอน”
“ถ้าฮุ่ยเหวินจะเชือดนาย ฉันก็จะช่วยด้วย” ภรรยาของเย่เหวินอู่ชื่อหยางฮุ่ยเหวิน
เย่เหวินอู่ “……”
พอมาถึงบ้านฝรั่งเก่า ตอนเย่ชุนเซิงลงจากรถ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปพูดว่า “เรื่องที่นายบอกว่าอนาคตจะทำธุรกิจด้วยกันน่ะ ช่างมันเถอะ”
“ผู้ใหญ่บ้านเคยพูดไว้ว่า ถ้าดีกับเมียแล้วจะร่ำรวย คนที่ทำให้เมียเสียใจจะไม่มีวันได้เงินสักแดง ฉันอยู่ใกล้นาย กลัวว่าสักวันนายจะมีเมียน้อย แล้วลากโชคลาภของฉันให้พลอยซวยไปด้วย”
พูดจบเธอก็วิ่งเหยาะ ๆ จากไป ท่าทางไม่อยากข้องเกี่ยวกับเย่เหวินอู่อีกแล้ว
ไม่รู้ว่าธรรมเนียมแบบนี้มีแค่ในมณฑลหนานของพวกเธอ หรือที่อื่นก็เป็นเหมือนกันหมด พอคนไม่น้อยมีเงินขึ้นมาก็เริ่มทำเรื่องเหลวไหล เลี้ยงเมียน้อยคนที่สองคนที่สาม
เมื่อสองวันก่อน มีคนในหมู่บ้านถูกจับได้ว่าพัวพันกับผู้หญิงอื่นข้างนอก แถมยังคิดจะแอบซื้อบ้านให้ผู้หญิงคนนั้น สองสามีภรรยาถึงกับทะเลาะลงไม้ลงมือ ผู้ใหญ่บ้านกับพี่ใหญ่ถูกเรียกไปจัดการ ต่างก็โมโหกันมาก
เย่เหวินอู่บอกว่าตอนนี้เขายังไม่มีความคิดแบบนั้น คำพูดคงไม่ใช่เรื่องโกหก แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป สักวันก็ต้องเกิดขึ้นจนได้
ก่อนหน้านี้เวลามีเรื่องแบบนี้ เย่ชุนเซิงมักรอให้เรื่องบานปลายแล้วค่อยไปกินเผือกกับคนอื่น ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมาเจอเผือกตั้งแต่ยังไม่ทันงอก เธอจึงพูดไม่ออกอยู่บ้าง
เธอคิดในใจว่าถ้าเจอหยางฮุ่ยเหวินเมื่อไรก็คงเตือนสักหน่อย แล้วก็วางเรื่องนี้ลง ตั้งอกตั้งใจจัดการบ้านฝรั่งเก่าของตัวเองต่อ
เย่ชุนเซิงใช้เวลาสองวันเก็บกวาดส่วนที่เหลือในบ้านฝรั่งเก่าจนเรียบร้อย
วันที่ 8 กันยายนเป็นวันดีที่พี่ใหญ่ให้ซินแสเลือกไว้สำหรับย้ายเข้าบ้านใหม่ของเย่ชุนเซิง ซินแสยังคำนวณเวลาไว้อย่างแม่นยำว่าเป็นหกโมงแปดนาทีตอนเช้า
