จนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้าในยามเย็น จวงเส้าหนงและคนอื่น ๆ จึงเสร็จสิ้นการลงพื้นที่สำรวจและออกจากหมู่บ้านไป
หลังจากพวกเขาจากไป ความครึกครื้นในหมู่บ้านก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ทุกคนพากันล้อมเย่ชุนเซิง ถามไถ่ว่าเธอบริจาคเงินไปเท่าไร
เย่ชุนเซิงได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน “ไม่มากหรอกค่ะ แค่แสดงน้ำใจเท่านั้น วันนี้พวกผู้นำมา ไม่ใช่เพราะฉันบริจาคเงินไปเท่าไร แต่เพราะประทับใจในจิตวิญญาณของพ่อฉันต่างหาก”
“เย่ชุนเซิง เธอไม่ยอมบอกเพราะกลัวว่าทุกคนจะพากันบริจาคเงิน แย่งซีนเธอใช่ไหมล่ะ”
คนที่พูดไม่รู้จักคิดแบบนี้ก็คือเย่เหวินเซียง ตัวปัญหาประจำบ้าน
เย่ชุนเซิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตะโกนเรียก “ฉินซิน เจียซี เหวินฮวา!”
“จับเขาไว้! ฉันจะตัดของเขาทิ้ง!”
“……” พอนึกถึงคำพูดของเย่ชุนเซิงเมื่อเช้าที่ว่า “กลับมาเมื่อไรจะตัดทิ้งให้ดู” เย่เหวินเซียงก็เผ่นแน่บ
เย่ชุนเซิงวิ่งไล่ตาม “วันนี้ถ้าฉันไม่ตัดของแกทิ้ง ฉันจะเขียนแซ่ตัวเองกลับหัวเลย!”
เย่ข่ายเหวิน “……”
ต่อให้เขียนกลับหัว ก็ยังเป็นแซ่เย่อยู่ดี
เมื่อเห็นเย่ชุนเซิงวิ่งหายวับไปในพริบตา คนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากัน “……เธอจะไปตัดไข่ของเย่เหวินเซียงจริง ๆ หรือแค่ตั้งใจวิ่งหนีไปกันแน่?”
“……” เย่ข่ายเหวินกวาดตามองทุกคนแล้วเอ่ยขึ้น “เอาละ ดึกแล้ว แยกย้ายกลับบ้านไปทำกับข้าวเถอะ อย่าไปตามตื๊อชุนเซิงอีก พวกเธอไม่กินข้าว แต่เธอยังต้องกิน”
เมื่อคนอื่น ๆ แยกย้ายกันไป เย่ข่ายเหวินก็กลับบ้านเช่นกัน
เดิมทีเย่เหวินอู่คิดจะแอบไปหาเย่ชุนเซิง แต่พอเย่ข่ายเหวินเหลือบมอง เขาก็ยอมเดินตามกลับบ้านแต่โดยดี
