เย่ชุนเซิงไม่ได้ก้าวออกไปอธิบายว่าตัวเองไม่ได้ลำบากอะไรในเวลานี้
เธอพยักหน้าตามคนอื่น ๆ และรับคำอาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษาพูดต่อว่า “เมื่อกี้ฉันแนะนำทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือของมหาวิทยาลัยให้พวกเธอฟังแล้ว เงินช่วยเหลือขอได้ทุกคนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ส่วนทุนการศึกษากำหนดเกรดด้วย”
“ถ้าพวกเธอต้องการ ก็ต้องคอยติดตามและศึกษาข้อมูลด้านนี้ให้ดี ลองเช็กไว้ล่วงหน้าว่าตัวเองมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขหรือเปล่า เตรียมตัวให้พร้อม ถ้าเอกสารยังไม่ครบก็เตรียมเอกสารให้พร้อม ถ้าเกรดยังไม่ถึงก็พยายามเพิ่มเกรด พอถึงเวลาก็ยื่นขอให้ทัน...”
เย่ชุนเซิงยังคงพยักหน้ารับตามคนอื่น ๆ
แต่เธอก็เริ่มครุ่นคิดเรื่องหนึ่งอยู่ในใจ
หลังอาจารย์ที่ปรึกษาพูดจบและบอกให้ทุกคนกลับได้ เย่ชุนเซิงก็รั้งท้ายอยู่สองสามก้าว ก่อนถามอาจารย์ที่ปรึกษาว่า
“อาจารย์คะ ทุนการศึกษากับเงินช่วยเหลือของมหาวิทยาลัยเรามีแค่ที่อาจารย์เพิ่งแนะนำไปหรือคะ?”
เมื่อครู่นี้อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนดีเด่นหนึ่งทุน และเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ขัดสนทางเศรษฐกิจหนึ่งประเภท
ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนดีเด่นแบ่งเป็นสามระดับ ได้แก่ ระดับหนึ่ง 600 หยวน ระดับสอง 400 หยวน และระดับสาม 300 หยวน มีจำนวนไม่มากและพิจารณาจากผลการเรียน
ส่วนเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ขัดสนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 300 หยวนต่อภาคการศึกษา พิจารณาจากสภาพครอบครัว และมีจำนวนจำกัดเช่นกัน
เจิ้งเสี่ยว อาจารย์ที่ปรึกษา พยักหน้า “อืม ตอนนี้มีแค่นี้”
“แต่ต่อไปน่าจะมีเพิ่มขึ้น”
เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง ทั้งยังอยากมอบความมั่นใจและความหวังให้เหล่านักศึกษา เจิ้งเสี่ยวจึงเล่าว่า
“ปีที่แล้วคณะเรามีศิษย์เก่าดีเด่นคนหนึ่ง เป็นรุ่นพี่จากภาควิชาเดียวกับพวกเธอ เขาทำธุรกิจจนหาเงินได้ไม่น้อย เลยติดต่อคณะมาบอกว่ามีแผนจะตั้งทุนการศึกษาในคณะ”
